น้ำยาแอร์ควรเติมบ่อยแค่ไหน รู้หรือไม่ 

           หากบ้านไหนที่มีแอร์คอนดิชั่นเราก็จะต้องมีการจ้างช่างแอร์มาล้างอยู่เป็นประจำซึ่งขั้นต่ำนั้นปีนึงจะต้องมีการล้างไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งโดยปกติแล้วบ้านทุกๆหลังมักจะต้องมีการล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือนเพื่อให้แอนนั้นมีความสะอาดภายในและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งเวลาที่เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของแอร์เลยเวลาที่มีช่างบางคนมาล้างแอร์ให้กับเราก็อาจทำให้เราเสียเปรียบหรือเสียเงินเป็นจำนวนมากจากการที่จ้างนั้นแนะนำให้ทำโน่นนี่นั่นซึ่งถ้าหากเรามีความรู้สักนิดเราก็จะไม่ถูกช่างแอร์บางคนหลอกลวงให้เราต้องเสียเงินเป็นปริมาณมากนั่นเอง

           ในปัจจุบันนั้นค่าบริการในการล้างแอร์ต่อ 1 เครื่องนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทซึ่งบ้านแต่ละหลังก็จะมีการติดแอร์จำนวนมากน้อยที่แตกต่างกันออกไปและโดยปกติแล้วเมื่อมีการล้างแอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วช่างแอร์มักจะบอกให้กับลูกบ้านนั้นว่าน้ำยาแอร์ใกล้จะหมดจะต้องมีการเติมน้ำยาแอร์และเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยถูกช่างแอร์แนะนำให้เติมน้ำยาแอร์

ซึ่งมาล้าง 6 เดือนครั้งก็เติมทุกครั้งที่มาล้างแต่อันที่จริงแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการเติมน้ำยาแอร์นั้นจ้างผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของน้ำยาแอร์มีการระบุออกมาว่าน้ำยาแอร์ไม่จำเป็นต้องเติมทุกๆ 6 เดือนเพราะน้ำยาแอร์นั้นไม่ได้หมดเร็วมากขนาดนั้นดังนั้นหากช่างแอร์คนไหนแนะนำให้เติมน้ำยาแอร์เพื่อต้องการให้แอร์นั้นเย็นขึ้นจะเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งช่างแอร์คนดังกล่าวหวังที่จะเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการเติมน้ำยาแอร์ให้เรานั้นเองเพราะอันที่จริงแล้วการเติมน้ำยาแอร์นั้นประมาณ 2-3 ปีถึงจะเติมต่อ 1 ครั้งหรือถ้าเร็วสุด 1 ปีเติมครั้งหนึ่งเท่านั้นไม่ได้เติมบ่อยมากกว่านั้นแน่นอน  สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญในช่วงที่มีการล้างแอร์ช่างมีการล้างแอร์ที่สะอาดและเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อย

ก่อนที่จะมีการประกอบเข้าเพราะถ้าหากไม่เช็ดทำความสะอาดให้แห้งและประกอบแอร์เข้าไปจะทำให้เวลาที่ผู้ใช้งานเปิดแอร์นั้นมีกลิ่นชื้นออกมาได้และถ้าหากต้องการที่จะให้มีการกรองฝนมาเป็นพิเศษช่างแอร์จะมีแผ่นกรองที่เราสามารถให้ช่างแอร์นั้นติดเพิ่มต่างหากให้ตรงบริเวณแอร์เพื่อเป็นการกรองขี้ฝุ่นสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั่นเอง

และถ้าหากใครที่ยังไม่ถึง 6 เดือนรู้สึกว่าแอร์ที่ใช้งานอยู่นั้นไม่ค่อยเย็นก็ลองแกะล้างทำความสะอาดเองเบื้องต้นได้ซึ่งเราจะเอาเพียงแค่ตัวกรองไส้กรองนั้นมาล้างเอาฝุ่นออกเพียงเท่านั้นส่วนการล้างแบบครบวงจรนั้นยังคงต้องเป็นหน้าที่ของช่างแอร์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในการมาล้างให้สะอาดมากกว่าที่เราล้างเอง

 

สนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

หากงูเข้ามาในบ้านแล้วต้องทำอย่างไร

         ปัญหาปวดหัวที่คนส่วนใหญ่เจอกันก็คือเรามักจะไม่สามารถป้องกันตอนที่งูมันยังไม่เข้ามาในบ้านได้แต่ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะเจอหลังจากที่งูมันเลยเข้ามาในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นถ้าหากว่าเราเจองูเลยเข้ามาในบ้านของเรานั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นอย่าเพิ่งไปตกอกตกใจกับมันเราจะต้องมีสติตั้งมั่นเพื่อที่จะหาทางกำจัดงูให้ออกไปจากบ้านของเราโดยด่วนที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นแล้ว

เมื่อมันไปซ่อนตัวอยู่ตรงมุมไหนของบ้านเราอาจจะหามันไม่เจอและอาจจะทำให้เรานั้นเกิดอันตรายขึ้นได้อย่างไรก็ตามเบื้องต้นในการที่จะแก้ไขปัญหาเวลางูเข้าบ้านก็คือ เมื่อเราเห็นงูเลื้อยเข้ามาในบ้านให้เรามีสติและมองดูให้ชัดว่างูชนิดนั้นเป็นงูชนิดไหนมีพิษหรือไม่มีพิษหรือถ้าหากเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับงูเลยให้สังเกตรูปลักษณ์ของงูให้ได้มากที่สุดว่างูมีลักษณะรูปร่างแบบไหน

เพื่อที่จะได้หาข้อมูลได้ว่าเป็นงูชนิดไหนนั่นเองหลังจากที่เรารู้เกี่ยวกับเรื่องของรูปร่างลักษณะของงูแล้วให้เราค่อยๆถอยหลังหนีออกจากงูโดยตาของเรานั้นยังคงต้องจ้องมองงูอยู่อย่าวิ่งหนีเพราะถ้าหากวิ่งหนีเมื่อไหร่มันจะเลื้อยไล่ตามเราทันทีพยายามทิ้งระยะห่างให้อยู่ห่างจากงูให้มากที่สุดแต่ยังคงให้มองเห็นอยู่ในระดับสายตา

เพื่อที่เราจะได้รู้ว่ามันจะเลยไปทิศทางไหนเนื่องจากว่าเราไม่มีความชำนาญในเรื่องของการจับงูดังนั้นอย่าไปหาไม้มาตีมันหรือไล่มันอย่างเด็ดขาดให้มองที่งูเอาไว้พยายามดูให้ดีว่ามันกำลังจะเลยไปทิศทางไหนในขณะเดียวกันก็ควรจะมีการโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาจับงูหรือถ้าหากงูอยู่ตามหมู่บ้านให้โทรไปที่ป้อมรปภเพื่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นมาจับงูออกจากบ้านให้

ซึ่งโดยปกติแล้วตามหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่นั้นจะมีเจ้าหน้าที่รปภที่สามารถมีความรู้ความสามารถในการจับงูได้หรือถ้าเพื่อนบ้านของเรานั้นมีความสามารถในการจับงูก็สามารถที่จะมีการโทรขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านก็ได้โดยเราสามารถที่จะเลือกใครก็ได้ให้มาช่วยเหลือเราโดยคิดว่าเขาจะมาถึงตัวเราอย่างเร็วที่สุดอย่างไรก็ตามหากไม่อยากให้หนูเข้าบ้านนั้น

ก็หมั่นทำความสะอาดบ้านให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อที่จะไม่ได้ไม่เป็นไรที่อยู่ของงูและแน่นอนว่าหากว่าเราสะอาดก็จะไม่มีหนูซึ่งเป็นอาหารของงูมาอยู่เมื่อไม่มีอาหารงูก็มักจะไม่มานั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ae บาคาร่า

เมื่อตะขาบเข้าบ้านควรทำอย่างไร

       ปกติแล้วเวลาหน้าฝนนั้นมักจะมีสัตว์มีพิษชอบเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเราอยู่เป็นประจำดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีแนวทางป้องกันและวิธีการกำจัดและขับไล่สัตว์มีพิษต่างๆเหล่านั้นเพื่อที่มันจะได้ไม่มาทำอันตรายให้กับคนในครอบครัวของเราดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการกำจัดตะขาบออกไปจากบ้านของเราหากว่าเราพบตะขาบอยู่ในบ้านนั้นเราควรจะต้องทำอย่างไร

สำหรับการที่เราจะกำจัดตะขาบออกไปจากบ้านของเรานั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่าในบ้านของเรานั้นมีตะขาบอยู่หรือไม่ซึ่งเราจะต้องหาที่ซ่อนตัวของมันให้เจอว่ามันนานไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนปกติแล้วประกาศนั้นหากอยู่ในภายในบ้านนั้นมันก็มักจะซ่อนตัวตามภาพแต่ถ้าเกิดในบ้านของเราไม่มี ก็ให้ไปดูรอบๆบริเวณบ้านโดยส่วนใหญ่แล้ว

พวกมันมักจะอยู่แถวบริเวณดินที่มีโพลงหรือไม่ก็ตามท่อระบายน้ำตามสถานที่ต่างๆที่มีความชื้นอาจจะอยู่ตามซอกผนังของบ้านก็เป็นไปได้ดังนั้นบริเวณเหล่านี้ให้เราไปดูให้เรียบร้อยว่ามีลังของตะขาบอยู่หรือไม่ซึ่งถ้าหากเราเจอเราก็สามารถที่จะทำการ ไปหาซื้อปูนขาวแล้วนำมาโรยตรงบริเวณหลังของมันเพื่อที่ตะขาบนั้นจะได้ออกจากรังและย้ายไปอยู่ที่อื่น

หรือถ้าหาซื้อปูนขาวไม่ได้เราสามารถใช้เป็นผงที่ใช้ล้างห้องน้ำเอาไปโดยรอบๆก็ได้แต่ผมตัวนี้มันจะทำการกัดเนื้อเขียวของตะขาบทำให้ตะขาบนั้นมีอาการบาดเจ็บได้ บางคนนั้นอาจจะไปซื้อผงไล่ตะขาบซึ่งมีขายโดยตรงตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปซึ่งราคาของผงไล่ตะขาบนั้นไม่แพงเพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น

ซึ่งตรงนี้เราสามารถที่จะนำมาผสมกับน้ำแล้วนำไปฉีดตรงบริเวณที่มีรังของตะขาบเดียวก็ได้หรือบางคนอาจจะใช้เป็นโซดาไฟซึ่งเราสามารถเทลงไปในรังของมันรวมถึงอาจจะใส่ลงไปในท่อน้ำเพื่อป้องกันตะขาบนั้นใส่มาตามท่อระบายน้ำก็ได้เช่นเดียวกันซึ่งถ้าเกิดว่าตะขาบมาไต่เจอโซดาไฟแล้วก็มันจะถูกพิษของโซดาไฟทำร้าย

และหลังจากนั้นมันก็จะเข็ดไปอีกนานเลยทีเดียวมันจะไม่กล้ากลับมาตรงจุดนั้นอีกอย่างไรก็ตามบริเวณท่อน้ำนั้นมักจะมีสัตว์เลื้อยคลานไปมาตามท่อเป็นประจำเพราะท่อน้ำนั้นมักจะมีความชื้นทำให้สัตว์ชอบมาอยู่ดังนั้นหากเป็นไปได้เราสามารถหาสบู่ไปวางปิดตรงท่อระบายน้ำซึ่งเมื่อตะขาบเห็นมันก็จะรู้เลยว่ามันไม่สามารถไต่ขึ้นมาได้

เพราะมันลื่นและมันกลัวเกิดอันตรายกับตัวของมันเองดังนั้นมันจะหลีกเลี่ยงการใส่บริเวณสบู่นั่นเองสำหรับวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นคุณสามารถนำวิธีการใดวิธีการหนึ่งไปทำการกำจัดและขับไล่ตะขาบออกจากบ้านของคุณได้ซึ่งจะทำให้บ้านของคนนั้นปลอดภัยจากตะขาบอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่าเช็กชี่