ปัญหาบ้านที่ต่อเติม

หลายๆท่านเมื่อซื้อบ้านมาแล้ว ก็อยากจะตกแต่งหรือต่อเติมบ้านของตัวเองให้ดูสวยงาม ยิ่งหากบ้านของท่านใดนั้นมีพื้นที่ว่างเช่นบ้านหัวมุม หรือบ้านที่มีพื้นที่เพียงพอที่จะต่อเติมได้นั้น ก็มักจะทำกันทุกหลัง และส่วนใหญ่ก็มักจะทำด้วยการต่อเติมเพิ่มติดกับตัวบ้านไม่ว่า จะเป็นครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ หรือ ห้องทำงานด้านข้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้น เวลาที่ช่างรับเหมาก่อสร้างต่อเติมนั้น

จะเป็นการสร้างเพิ่มโดยที่ไม่ยึดหลังคาต่อเติมติดไว้กับตัวบ้านหลัก เพื่อป้องกันปัญหาที่บ้านหลักจะถูกดึงและแบกรับน้ำหนักมากเกินไปและจะมีผลทำให้โครงสร้างบ้านหลักนั้นมีปัญหาไปด้วย ซึ่งเป็นวิธีการต่อเติมที่ถูกต้อง แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่ตามมานั้น มักจะเกิดหลังคาที่ต่อเติมชนกับผนังบ้านหลักมีรอยรั่วเนื่องจากปิดไม่สนิดหรือส่วนต่อเติมเกิดอาการทรุดจึงทำให้มีรอยแยกระหว่างผนังบ้านหลักกับหลังคาที่ต่อเติม

หรือบางทีก็จะเกิดปัญหาหลังคารั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ เนื่องด้วยตามกฎหมายแล้วนั้น หากคุณจะต่อเติมอะไรก็แล้วแต่ที่มีพื้นที่ติดกับเพื่อนบ้าน คุณจำเป็นต้องมีการติดรางน้ำตะเข้ เพื่อกันไม่ให้เวลาฝนตกแล้วน้ำฝนกระเด็นไปหาเพื่อนบ้าน แต่ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่ตามมาก็คือรางน้ำตะเข้ มักจะเกิดสนิมและรอยผุทำให้น้ำไหลซึมเข้าบ้านแทน

หรือบางทีก็จะใช้รางน้ำตะเข้ที่ไม่กว้างพอและรองรับน้ำได้ไม่มาก เวลาฝนตกหนักๆ จึงทำให้เกิดการระบายไม่ทัน หรืออาจจะมีเศษใบไม้ ตกปลิวลงไปในรางน้ำตะเข้ จนกลายเป็นอุดตันและทำให้น้ำเอ่อล้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้เจ้าของบ้านควรจะต้องหมั่นดูและเป็นประจำ และแก้ไข อย่างกรณีรอยแยกระหว่างผนังบ้านกับหลังคาที่ต่อเติมใหม่นั้น

หากบ้านของคุณเกิดปัญหานี้ คุณต้องใช้กาวซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุที่กันน้ำซึมและมีน้ำหนักเบามายิงประสานรอยต่อให้แนบสนิท ซึ่งก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดข้อควรระวังนั้น คุณต้องเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาจริงๆที่จะมาใช้ยิงแนบรอยต่อ ส่วนปัญหาเรื่องรางน้ำตะเข้นั้น แนะนำให้ใช้วัสดุที่ปลอดสนิมตลอดอายุการใช้งาน

และใช้รางน้ำที่มีขนาดกว้างพอที่จะรองรับน้ำฝนในปริมาณที่มากๆได้ เพราะการที่ใช้วัสดุที่ปลอดสนิมก็จะช่วยป้องกันปัญหาผุกร่อนของรางน้ำซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหารั่วซึม ส่วนรางน้ำที่กว้างก็จะช่วยรับน้ำปริมาณมากได้นั่นเอง เพียงแค่นี้คุณก็จะหมดปัญหาเรื่องหลังคาซึมกับจุดที่ต่อเติมใหม่ได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่า

เชื้อราภัยร้ายภายในบ้าน

แน่นอนเหลือเกินว่า บ้านของเราทุกคนนั้นต้องมีการดูแลและบำรุงรักษามันอย่างดี แต่ก็เชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างทั้งๆที่เราป้องกันมันดีแล้วมันก็ยังเล็ดรอดและเกิดขึ้นภายในบ้านเราได้ และไอ้เจ้าเชื้อรานี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มันเป็นเชื้อโรคที่สามารถล่องลอยอยู่ในอากาศภายในบ้านของเราได้ โดยมันเกิดขึ้นจากความอับชื้นตามจุดต่างภายในบ้าน

ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วนั้นมันจะกลายเป็นเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศ และเมื่อคนในบ้านที่อาศัยอยู่นั้น ได้มีการสูดดมเข้าไปอยู่เป็นประจำและเป็นปริมาณที่มากจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยและไม่สบายได้ หากเป็นหนักๆนั้นอาจจะถึงขั้นเป็นโรคหอบหืดกันเลยทีเดียว หรือหากคนที่มีโรคแพ้ราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เผลอไปโดนหรือสัมผัสมันนั้น จะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นผื่น ไอ จาม เจ็บคอ และมีน้ำมูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องควรระวัง ดังนั้น วิธีป้องกันเจ้าเชื้อรานั้น เราควรต้องรู้ก่อนว่าเชื้อรานั้นเกิดขึ้นจากความชื้นและความอับ ดังนั้นต้องมั่นให้บ้านของเรานั้นมีอากาศถ่ายเทและมีแสงแดดส่องทั่วถึง และจุดต่างที่เราควรต้องระวังนั้นก็จะได้แก่

ผนังบ้าน ไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นวอลเปเปอร์ หรือผนังทั่วไป ก็ต้องมั่นดูว่ามีรอยร้าวและน้ำซึมเข้ามาจนกลายเป็นจุดอับชื้นบ้างหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพดานบ้านที่ลองแหงนหน้ามองขึ้นไปดูว่าฝ้าบ้านเรานั้นบวมจากการน้ำซึมของหลังคาหรือไม่ เพื่อจะได้รีบแก้ไขได้ทัน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนักๆ หรือช่วงหน้าฝน

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้าน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ เพราะโอกาสที่จะเกิดความชื้นได้นั้นมีโอกาสค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องคอยดูแลและทำความสะอาดกันอยู่เป็นประจำ

พวกเครื่องหนังต่างๆ อันนี้ก็เป็นอีกตัวนำเชื้อราที่ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า หรือสิ่งของต่างๆที่ทำมาจากหนัง หากมีความชื้นและเปียก อยู่เป็นประจำและไม่ค่อยที่จะทำความสะอาดด้วยการผึ่งให้แห้ง และนำไปเก็บไว้ในที่อับๆ รับรองเลยว่า เชื้อรามาอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณแน่นอน

เสื้อผ้า หรือผ้าห่ม เวลาฝนตกแล้วมักจะเก็บเข้ามาโดยที่ยังมีความอับชื้นอยู่นั้น ก็เป็นต้นเหตุให้เชื้อราตามมาหาที่บ้านได้เช่นกัน ซึ่งถ้าช่วงฝนตกแล้วผ้ายังตากไม่แห้งสนิทดีนั้น แนะนำว่า เมื่อฝนหยุดหรือวันไหนอากาศดีๆแล้วนั้น ควรจะนำไปตากแดดอีกรอบเพื่อป้องกันเชื้อรา

เพียงเท่านี้หากคุณเป็นคนช่างสังเกตและขยันทำความสะอาดหน่อย รับรองปัญหาเชื้อราจะไม่เกิดกับบ้านของคุณแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

ปัญหาน้ำรั่วทางหลังคา

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิตสำหรับคนรักบ้านที่ต้องเจอกับปัญหานี้ทุกครั้งเมื่อยามที่ต้องเจอฝนตกฟ้าคะนอง และหนักสุดๆในช่วงหน้าฝนที่ตกแบบนอนสต๊อบ เชื่อว่าหลายๆคน คงต้องปวดใจทุกครั้งเมื่อต้องเห็นน้ำซึมลงมาบนเพดานฝ้าภายในบ้านของเรา ซึ่งจริงๆแล้วนั้นปัญหานี้มักเกิดจากต้นตอของปัญหาน้ำรั่วทางหลังคาบ้านของเรา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มันมาจากจุดเริ่มต้นของครอบสันหลังคานั้นแตกร้าวหรือมีรอยแตกกะเทาะของปูนใต้ครอบ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นเมื่อเกิดปัญหานี้ เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกวิธีซ่อมแซมด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ หรือเรียกช่างมาแก้ไขด้วยการใช้ปูนพอกอุดรอยรั่ว ซึ่งพอระยะเวลานั้นผ่านไปสักระยะหนึ่งปัญหาเหล่านี้ก็มักจะเกิดซ้ำขึ้นมาอีกไม่มีวันจบ หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากรางน้ำฝน ที่คนส่วนใหญ่ติดตั้งเพื่อให้มันระบายน้ำได้ดี และป้องกันการชะลอของน้ำฝนที่ตกลงมากระแทกพื้นหรือสนามหญ้าของเราไม่ให้ถูกแซะจนทรุดลงไปเรื่อยๆ

แต่ใครจะรู้ว่าการติดตั้งรางน้ำฝนนั้นหากไม่ได้ช่างที่ตั้งดีๆแล้ว หรือใช้วัสดุดีๆนั้น มันอาจจะย้อนกลับมาทำให้มีปัญหาวุ่นวายมากกว่าเดิมเพราะด้วยหากที่เจ้าของบ้านใช้วัสดุรางน้ำที่ไม่ดีนั้น อาจจะทำให้รางน้ำผุกร่อนเป็นสนิมหรือเกิดรอยร้าวและรั่วซึมได้ หรืออีกอย่างคือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกจุดอาจจะทำให้เศษใบไม้ปลิวลงมาอุดตันรางน้ำ

และเมื่อเวลาฝนตกก็จะทำให้การระบายน้ำไม่ได้มีประสิทธิภาพและเกิดปัญหาน้ำล้นเอ่อและซึมลงมาได้นั่นเอง หรือหากเจ้าของบ้านใดที่เจอปัญหาของหลังคาโก่งหรือแอ่นตัว อันนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องรีบแก้ไขอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นปัญหาต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ทุกอย่างมีทางแก้เสมอ เพียงแต่ต้องรู้ให้ได้ว่าปัญหามันเกิดจากอะไร อย่างเช่น ปัญหารางน้ำผุกร่อน หรือรางตะเข้ไม่กว้างพอที่จะรองรับน้ำได้นั้น วิธีแก้มีทางเดียวคือต้องมีรางน้ำใหม่ทั้งหมดที่มีความกว้างและรองน้ำได้อย่างเพียงพอ รวมถึงใช้วัสดุรางน้ำที่ต้องปลอดสนิมตลอดการใช้งาน

ส่วนปัญหาครอบสันหลังคานั้น ต้องแก้ไขด้วยอุปกรณ์ยึดครอบหลังคาระบบแห้ง แทนการปูนปั้นก็จะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ และการแก้ปัญหาโครงสร้างหลังคาโก่งหรือแอ่นตัวนั้น วิธีแก้ไขมีทางเดียวคือ ต้องรื้อกระเบื้องหลังคาออกมาเพื่อซ่อมแซม หรือเปลี่ยนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะทำการมุงหลังคากระเบื้องใหม่ทับอีกครั้ง พูดง่ายๆนั่นก็คือ รื้อใหม่ทั้งหลังคาและปูใหม่กันอีกครั้งนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่

เคล็ดลับการกำจัดมอดข้าวสาร

     วันนี้เราจะมาพูดถึงสูตรเด็ดเคล็ดลับในการกำจัดวิธีกำจัดมอดข้าวสารที่มักจะมากวนใจเรากันมากยิ่งโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนแล้วเราก็จะมอดข้าวสารนี้มักจะมาแต่ไหนเยอะแยะเต็มข้าวสารของเราเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีวิธีสูตรเด็ดเคล็ดลับอะไรบ้างที่เราสามารถที่จะกำจัดไม่ให้จะหมดเหล่านี้มาขึ้นข้าวสารของเราได้

    วิธีการแรกนั้นว่ากันว่าสามารถใช้เกลือป่นที่มีอยู่ในครัวของเรานั่นเองนำมากำจัดมอดข้าวสารได้ซึ่งเขาบอกว่าจะต้องมีการนำกระป๋องมาเลยอยู่ในถังข้าวสารของเราโดยจะต้องมีการคำนวณสูตรปริมาณการให้เท่ากับจำนวนเข้าศาลด้วยนะคะซึ่งวิธีการก็คือข้าวสาร 1 กิโลกรัมต้องใช้เกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา

ซึ่งเขาบอกว่าไม่ใช่เพียงแค่ตัวมอดข้าวสารเท่านั้นที่จะหายไปไม่ได้ต่างๆก็จะไม่มาขึ้นข้าวสารของเราเลยทีเดียวแต่แน่นอนว่าเมื่อเราเอาเกลือป่นไปโดยในข้าวสารแล้วมันก็ยังมีความเค็มสะสมอยู่ในนั้นเพราะฉะนั้นก่อนเรานำเข้าสารไปหุงข้าวก็อย่าลืมร้านข้าวสารให้สะอาดสัก 2-3 น้ำก่อนนำไปหุงข้าวนะคะไม่เช่นนั้นเวลาที่คุณหุงข้าวออกมาแล้วก็ข้าวสวยของคุณจะเป็นข้าวเค็มทีเดียว 

        ส่วนวิธีการต่อมานั้นเขาบอกว่าเราสามารถใช้ความร้อนในการกำจัดสารนี้ไปได้ซึ่งถ้าเป็นคนโบราณก็จะนำข้าวสารไปตากแดดในกระด้งหลังจากนั้นเดี๋ยวมอดมันก็หนีเพราะว่ามันร้อนเวลาที่เราเอาตากแดดนั่นเองแต่ในสมัยปัจจุบันนั้นเราคงไม่มีพื้นที่และคงไม่มีเวลามากพอที่จะเอาข้าวสารมาตากแดด

ดังนั้นหากใครก็ตามที่มีมอดขึ้นข้าวสารแล้วเราก็ให้เรานำเข้าสารที่มีหม้อนั้นมาใส่ถุงร้อนแล้วมัดปากถุงให้สนิทซึ่งการนำเข้าสารมาใส่ถุงร้อนนั้นไม่ต้องใส่มากนะก็ได้เพราะว่าเราจะเอาไปใส่ไมโครเวฟดังนั้นควรเลือกขนาดถุงให้พอเหมาะที่จะสามารถเอาใส่ไมโครเวฟได้หลังจากนั้นเมื่อเรามัดปากถุงสนิทแล้วเราใส่ไมโครเวฟตั้งเวลาไว้เลยค่ะประมาณสัก 5 นาทีถึง 10 นาที

ความร้อนจากไมโครเวฟนั้นก็จะไปฆ่าเจ้ามอดข้าวสารนี้ให้แห้งเหี่ยวตายได้เลยทีเดียวแต่ว่าวิธีการนี้นะคะจะมีผลเวลาที่เราเอาข้าวสารออกจากไมโครเวฟจะเห็นว่ามันจะมีหยดน้ำเกาะอยู่แถวบริเวณถุงเพราะฉะนั้นเราต้องนำไปออกแล้วไปถึงข้าวสารให้แห้งอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญเราก็จะต้องเก็บเศษซากของสารที่มันตายคาถุงออกด้วยเพราะฉะนั้นวิธีการนี้ก็ดูแล้วเหมือนจะยุ่งยากเหมือนกันแต่ถ้าใครมีเวลาไม่รู้จะทำอะไรจะนั่งนับศพของมอดก็ได้ค่ะ 

     อีกวิธีการหนึ่งที่เราจะมาแนะนำกันนั่นก็คือเขาว่ากันว่าถ้าเราเอาพริกแห้งไปใส่ไว้ในถังข้าวสารหรือถ้าเกิดว่ามันเยอะจนเกินไปเราใส่ไว้ในผ้าขาวบางมัดแล้วเอาไปใส่ไว้ในถังข้าวสารแล้วเราก็มอดก็จะหนีหายไปหมดซึ่งอันนี้มัดหมี่ไปเพราะว่ามันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเวลาที่มันไปโดนพริกแห้งหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะแต่ถ้ายังไงแล้วเมื่อกลิ่นพริกแห้งหมดคุณก็ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆครั้งไม่เช่นนั้นมอดมันก็จะกลับมาอยู่ดี

 

สนับสนุนโดย  gclub สมัครสมาชิก