หลักการในการเลือกซื้อบ้าน

วันนี้เรามีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อบ้านมาฝากกันซึ่งเราคิดว่าเพื่อนๆนั้นก็ไปดูบ้านตามโครงการใหม่ๆมาเยอะซึ่งพอเห็นบางโครงการนั้นที่เราเข้าไปดูตัวอย่างนั้นก็เลยอยากจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ วาดฝันกันไปว่าต้องจัดบ้านแบบนี้ มุมนี้ต้องวางของแบบนี้ มุมนี้ปล่อยเอาไว้สำหรับนั่นนี้  แต่เอาเข้าจริงนั้นถ้าเรานั้นต้องทำตามของตกแต่งตามแบบโครงการที่ให้ดูนั้นคงจะเป็นเงินหลักแสนเลยหรือว่ามากกว่านั้น วันนี้ในฐานนะที่เรานั้นก็เป็นผู้ซื้อเหมือนกัน เรื่องจริงๆนั้นที่เราจะได้จากการที่เรานั้นซื้อบ้าน ก็มีแค่แค่ตัวบ้าน ห้องเปล่า ห้องน้ำ ห้องนอน ประตูหน้าต่างแบบนี้เป็นต้น  ซึ่งข้าวของเครื่องใช้นั้นที่เรานั้นไปดูบ้านตัวอย่างนั้นเป็นแค่ทางเจ้าของโครงการนั้นทำเพื่ออธิบายให้ลูกค้านั้นเข้าใจในเรื่องการตบแต่งบ้าน แต่พอเรานั้นจะย้ายเข้าไปจริงนั้น คือ ข้าวของที่เรานั้นมีอยู่นั้นแทบจะล้นบ้านกันเลยทีเดียว

วันนี้เราจะบอกเรื่องเกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านกันว่าเรานั้นต้องพึ่งประโยชน์อะไรบ้าง และต้องรู้อะไรบ้าง 

ขนาดพื้นที่บ้าน  

นอกจากเรานั้นเห็นบ้านแล้วสิ่งที่ทำให้บ้านนั้นมีราคาที่แพงก็เพราะว่าสถานที่ตั้งนั้นอยู่กับความเจริญก็ยิ่งทำให้มีราคาที่สูงเข้าไปอีก ในการที่เรานั้นซื้อพื้นที่ดิน ดังนั้นเราต้องรู้ว่าขนาดที่เรานั้นซื้อว่ามีขนาดเท่าใด กี่ตารางวา เพราะว่าเพื่อนั้นสามารถสอบถามกับพนักงานที่ขายได้เลยว่ามีเนื้อที่เท่าไหร่ เพราะว่าพนักงานขายนั้นเขาตอบเราได้ ซึ่งเรานั้นอยากรู้อะไรให้ถามพนักงานเพราะไม่ต้องไปคิดว่าเขาว่าเอาถามอะไรมากมาย เพราะว่าพนักงานขายนั้นเขาต้องตอบเราได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับบ้าน จากนั้นเรามาคิดว่าที่ดินที่เรานั้นซื้อราคาเท่าไหร่เมื่อบวกกับราคาบ้าน 

แบบแปลนบ้าน 

แบบบ้านนั้นเป็นอีกอย่างที่ทำให้เรานั้นคิดและตัดสินใจได้ง่านขึ้นเพราะว่าเรานั้นต้องคิดไว้ว่าเรานั้นตองการแบบบ้านแบบไหน มีกี่ห้องนอนห้องน้ำ ห้องครัว เพื่อแสดงในความสะดวกสบายในการที่เรานั้นต้องใช้สอยภายในบ้าน ดังนั้นเราต้องมีแบบบ้านเอาไว้ใจ และศึกษาอย่างละเอียด  

วัสดุและโครงสร้างของบ้าน   

จากที่เรานั้นกล่าวไปข้างต้นว่า ราคาที่ดินที่เรานั้นจะซื้อ บวกกับโครงการแบบบ้าน ค่าทำเล ภายในหมู่บ้าน ที่เหลือนั้นก็จะเป็นค่าตัวบ้าน ดังนั้นจะมาดูว่าวัสดุที่เขานั้นจะมาสร้างบ้านให้เราอยู่นั้นใช้อะไร ใช้ของที่มีคุณภาพไหม เหมาะกับราคาที่เรานั้นเสียไปหรือเปล่า  ควรคำนึงถึงรายระเอียดที่เรานั้นจะเอามาครอบครอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโดย ole777

จัดบ้านยังไงให้น่าอยู่

ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่หรือห้องเดี่ยวอยู่คอนเดี่ยวอย่างหอพัก คอนโด การจัดระเบียบบ้านให้ดูน่าอยู่สำหรับเราเองหรือน่าอยู่สำหรับใครก็ตามที่ได้เข้ามาหาคุณ คงจะเป็นเรื่องที่น่าประทับได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การปัด กวาด เช็ด ถู เป็นกิจกรรมที่ต้องอย่างแน่นอน แต่เพียงเท่านั้นคงไม่พอที่จะทำให้บ้านคุณดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวคุณแต่สิ่งแวดล้อมภายในและรอบๆบ้านจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจและคนในครอบครัวรู้สึกดีไปด้วย ถ้าอย่างนั้นลองไปดูวิธีง่ายๆที่จะทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้นกัน

1.ทำความสะอาดจัดแจงแต่ละอย่าง

การทำสะอาดโดยการทำเป็นอย่างๆไป คือการที่ต้องรู้และเข้าใจว่าสิ่งใดควรทำความสะอาดด้วยวิธีไหน อย่างเช่น เสื้อผ้าที่ถูกวางกระจัดกระจาย ควรเก็บอย่างไหร่ พรม เฟอร์นิเจอร์ ควรทำความสะอาดแบบไหน นี่เป็นวิธีการทำสะอาดขั้นแรกที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว

2.จัดเก็บประจำวัน

เรามักจะรอให้บ้านหรือห้องรกแล้วบอกกับตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยมาเก็บ นั้นจะนำไปซึ่งการผัดวันประกันพรุ่งนี้ถ้าหากเรามีความคิดเช่นนี้ เพราะบางครั้งเราอาจจะรู้สึกไม่อยากทำแล้วเมื่อมันเริ่มเยอะมากขึ้น ลองปรับเปลี่ยนมาทำทุกๆวัน เพียงแค่เห็นอะไรที่วางผิดที่ผิดทางก็นำไปเก็บให้ถูกต้องในทุกๆวัน แค่นี้ก็ทำให้บ้านดูน่าอยู่ขึ้น

3.ใช้แล้วทำความสะอาดทันที

วิธีนี้จะทำให้คุณไม่สะสมของที่ใช้แล้วเอาไว้นานจนเกินไป อย่างเช่น เมื่อคุณทานอาหารเสร็จแล้วควรทำความโต๊ะหรือพื้นที่ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร และถ้วย ชาม ช้อน ต่างๆควรทำความสะอาดที่เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เพราะถ้าหากเราเก็บมันไว้นานๆจะทำให้เรารู้เหนื่อยและไม่อยากทำ

4.ซื้อน้อย และทิ้งสิ่งไม่จำเป็น

หากว่าภายในบ้านเรามีสิ่งใดอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นซื้อเข้ามาเพิ่ม เพราะจำให้สิ้นเปลืองเงิน และของสิ่งนั้นยังทำให้บ้านคุณดูรกขึ้น หรือของสิ่งใดที่มีมากจนเกินไปภายในบ้าน ควรคัดแยกและคิดว่าสิ่งนั้นจำเป็นหรือไม่ ถ้าหาว่าไม่จำเป็นก็ควรทิ้งเพื่อให้บ้านดูโล่ง และน่าอยู่

5.หยิบขับเก็บเข้าที่

เชื่อว่าหลายคนเมื่อหยิบจับอะไรภายในบ้านมาใช้แล้ว ก็มักจะขี้เกียจเอาไปเก็บไว้ที่เดิมอย่างแน่นอน แต่นั้นคือสิ่งที่ควรทำอย่างมาก เพราะการที่เรานำของที่หยิบออกไปกลับไปวางไว้ที่เดิม จะทำให้ครั้งต่อไปในการหยิบมาใช้ไม่เสียเวลาในการหา และยังดูเป็นระเบียบอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

วิธีดูแลรักษาบ้าน

        บ้าน สถานที่พักพิงที่เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของคนในครอบครัว เป็นสถานที่แห่งความสุขที่มีให้ทั้งความรัก และความอบอุ่น

การที่เราดูแลบ้านให้ดีนั้นก็เพื่อที่จะทำให้บ้านที่ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในชีวิตของทุกคนน่าอยู่ และเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างมีความสุข อีกทั้งคนที่มาเยือนก็ได้รับความรู้สึกดีจากการมาเยี่ยมกลับออกไปได้ด้วยเช่นกัน

        เพราะว่า บ้าน คือที่สถานที่อยู่อาศัยที่เราทุกคนต่างใช้เวลาส่วนมากที่บ้านในนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นเพื่อที่จะให้บ้าน มีสภาพที่ดี  คงทน และแข็งแรง ให้มีสภาพที่น่าอยู่โดยที่ไม่ทำให้ดูทรุดโทรมเร็วกว่าเวลา

การบำรุงรักษาบ้าน จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยหลักการในการดูแลบ้านนั้นมี ดังนี้

  1. ตรวจสอบการรั่วซึม หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการรั่วซึมจากหลังคา ซึ่งนั่นจะให้ให้เกิดเป็นคราบเลอะ อีกทั้งยังจะเป็นรอยตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามฝ้าเพดาน โดยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่น่ามอง อีกทั้งยังอาจจะทำให้เกิดการเสียหายของข้าวของภายในบ้านอีกด้วย จึงมีความจำเป็นยิ่งนักที่จะต้องรีบแก้ไข
  2. อย่าปล่อยให้มีน้ำขัง หากตรวจสอบพบว่าที่บริเวณพื้นมีน้ำขังอยู่ เมื่อมีการปล่อยไว้จะทำให้ตะไคร่มีการก่อตัวมาจับขึ้นจะส่งผลให้เกิดอันตรายที่สามารถจะทำให้ลื่นหกล้มได้ ดังนั้นแล้วก็ควรที่จะทำการขัดและทำการเช็ดน้ำให้แห้งก่อนด้วย
  3. ทิ้งขยะลงไปในท่อจะทำให้เกิดการอุดตัน สิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุดเลยก็คือ การทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพราะนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่อเกิดการอุดตันและจะทำให้ท่อไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้ จึงจะทำให้ต้องเสียเวลา เสียเงินเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมแซม
  4. อย่าปล่อยให้บ้านรก หากเราปล่อยให้บริเวณบ้านอย่างสวนที่อยู่ในบ้านเกิดเป็นที่รกชัด ก็จะทำให้สวนนั้นกลายเป็นแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์มีพิษจำพวก งู ตะขาบ ควรที่จะมีการรดน้ำต้นไม้อยู่เป็นประจำ เพื่อให้ต้นไม้แตกกิ่งก้านงามเพื่อให้ร่มเงากับตัวบ้าน ไม่มีการแห้งเหี่ยวแล้วปล่อยให้ตายไป ควรที่จะดูแลต้นไม้ ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ที่ขึ้นรกให้ดูเป็นระเบียบอย่างสม่ำเสมอ
  5. คอยตรวจเช็คสภาพระบบไฟฟ้าอยู่เสมอ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำเลยก็คือ การสังเกตและคอยตรวจสอบสภาพของปลั๊กไฟ สายไฟ และหลอดไฟ เมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่ามีชำรุดก็ควรที่จะเปลี่ยนใหม่เพื่อให้มีสภาพที่ดีพร้อมสำหรับที่จะใช้งาน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยต่อผู้อาศัย สมาชิกภายในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายที่มีสาเหตุมาจากการที่ไฟฟ้ารัดวงจร เกิดไฟช็อต มีไฟรั่ว หรือที่จะทำให้เสียหายได้มากเลยก็คืออาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้นั่นเอง

         และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ข้อหลักๆที่เราควรจะทำกับบ้านของตัวเองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดั่งวิมาน ที่เราใช้ในการนอนหลับพักผ่อน และที่สำคัญคือจะอยู่ที่ไหนก็คงจะไม่สุขใจเท่ากับการได้อยู่ที่บ้านเรา บ้านที่เป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือคนในบ้านที่เป็นมากกว่าความสุขทั้งหมดของเรา ดังนั้นจึงควรที่จะหมั่นดูแลบ้านให้มีความแข็งแรงทนทาน มีความปลอดภัย ให้เราได้ใช้เป็นสถานที่ในการพักผ่อนไปจนแก่เฒ่าสืบไปจนชั่วรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

 

สนับสนุนบทความโดย แทงมวยสด

ก่อนที่เราจะสร้างบ้าน

      หลายๆคนต่างก็มีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าเป้าหมายนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน แต่เชื่อว่าทุกคนต่างก็มีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะได้ทำให้ตัวเองไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองได้ตั้งไว้ เปาหมายหนึ่งที่หลายคนตั้งเอาไว้เป็นหนึ่งในความสำเร็จของชีวิตเลยก็คือการได้มีบ้านสักหลักไว้เป็นของตัวเอง อาจจะเพื่อให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตส่วนตัว หรือสำหรับบางคนก็อาจจะเอาไว้เพื่อที่จะได้สร้างครอบครัวเล็กๆของตัวเองในบ้านที่แสนอบอุ่น แต่ก่อนที่จะได้ลงมือสร้างบ้านนั้นก็ควรจะมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสร้างบ้านเอาไว้

การจะสร้างบ้านขึ้นมาหนึ่งหลังนั้นอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายขอเพียงแค่คุณมีกำลังทรัพย์มากพอและสอดคล้องกับลักษณะบ้านที่อยากได้

แต่แค่นี้ก็ไม่อาจจะทำให้คุณสบายใจขึ้น อย่าเพิ่งวางใจที่จะใช้เงินในการแก้ปัญหา ลองมาอ่านสิ่งที่เรากำลังจะแนะนำก่อนเพื่อจะได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะสร้างบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง และ “ก่อนที่เราจะสร้างบ้าน” ก็ควรจะคำนึงถึง

  1. คำนึงถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน

   คุณควรที่จะคำนึงว่าบ้านหลังที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะมีสมาชิกกี่คนที่จะได้อาศัยอยู่ร่วมกัน เป็นแบบครอบครัวเดี่ยว หรือเป็นแบบครอบครัวใหญ่ จะมีผู้สูงอายุและเด็กหรือไม่ เพื่อที่จะได้กำหนด คาดคะเนในการสร้างจำนวนห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องอื่นๆที่จะต้องจัดให้มีสอดคล้องตามจำนวนผู้ที่จะอาศัยในบ้าน

  1. ความต้องการ

   ความต้องการในข้อนี้ หมายถึง สมาชิกในบ้านแต่ละคนนั้นมีความชอบ หรือความต้องการ รวมไปถึงมีงานอดิเรกในการใช้ชีวิตในบ้านเป็นอย่างไร โดยทางเจ้าของบ้านจะต้องมีการพูดคุยกันสอบถามกันกับสมาชิกภายในบ้าน รวมถึงควรที่จะสังเกตพฤติกรรม หรือกิจกรรมต่างๆที่แต่ละคนทำเป็นประจำ เพื่อประกอบในการสร้างบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย

  1. งบประมาณในการก่อสร้าง

    ในข้อนี้สำหรับการตั้งงบประมาณนั้นจะช่วยทำให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นในการตัดสินใจว่าควรที่จะมีการสร้างบ้านแบบไหน ด้วยวิธีการใด มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างบ้านขนาดเท่าไหร่ รวมไปถึงการที่เราจะเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ตอบโจทย์ตัวผู้อยู่อาศัยเองได้อย่างดีที่สุด และจะได้ไม่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของงบประมาณที่บานปลายในภายหลัง ซึ่งในส่วนของงบประมาณที่เจ้าของบ้านจะต้องมีการคำนวณและตั้งไว้นั้น นอกเหนือจากค่าก่อสร้างแล้ว ยังจะต้องมีค่าเกี่ยวกับงานตกแต่งในส่วนของภายในแต่ละส่วนของบ้าน และค่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ต้องใช้ รวมไปถึงค่าสิ่งก่อสร้างต่างๆในบริเวณรอบบ้านที่จะเอาไว้ใช้งาน หรือสำหรับบางบ้านก็ยังต้องการงานสวนเพิ่มอีกด้วย

  1. การกำหนดช่วงเวลาในการก่อสร้าง

   สำหรับข้อนี้ในเรื่องของการกำหนดเวลาในการก่อสร้างก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง เพราะจะช่วยให้สามารถที่จะวางแผนเกี่ยวกับการจัดสรรเวลา เพื่อให้ได้เตรียมตัวสำหรับแต่ละขั้นตอนได้คร่าวๆ โดยอาจจะเป็นเรื่องของการถมที่ดินสำหรับปลูกสร้าง ที่จะต้องรอเวลาให้ดินนั้นมีความแน่นเหมาะสมพอที่จะทำการก่อสร้างได้ โดยที่การรวบรวมข้อมูลสำหรับแบบบ้านแบบก่อสร้างนั้นไม่ควรใช้เวลาเกินกี่เดือน รวมไปถึงการหาผู้รับเหมาที่น่าไว้วางใจและว่างที่จะทำงานในช่วงเวลาที่กำลังจะมีการก่อสร้างโดยจะให้เสร็จทันเวลาที่กำหนดได้ สุดท้ายควรมีการเตรียมงบประมาณเพื่อที่จะพร้อมจ่ายให้กับผู้รับเหมาในแต่ละงวดของการก่อสร้าง

  1. เลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่ต้องการ

    การที่เราจะสร้างบ้านหนึ่งหลังนั้นควรที่จะมีแบบบ้านที่ต้องการเอาไว้ในใจแล้วบ้าง  ซึ่งมี 4 วิธีให้ได้เลือกนั่นก็คือ 

–  การหาแบบบ้านฟรี อาจจะหาด้วยตัวเองโดยการค้นหามาจากอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาเป็นแบบให้กับผู้รับเหมาในการก่อสร้างบ้านให้ตรงใจคุณ 

–  การหาจ้างสถาปนิกมือดีให้จัดทำแบบแล้วหาผู้รับเหมาในการก่อสร้างอีกที 

–  การหาบริษัทที่น่าไว้ใจโดยจ้างให้บริษัทรับสร้างบ้านเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ 

–  และสุดท้ายการสร้างบ้านสำเร็จรูป 

โดยในแต่ละวิธีนั้นต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่มีความแตกต่างกันออกไป เจ้าของบ้านเองจึงควรที่จะทำการศึกษาข้อมูลเอาไว้เพื่อตัดสินใจที่จะเลือกวิธีการต่างๆให้ได้แบบบ้านที่จะตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม

      สุดท้ายนี้เมื่อมีการเตรียมพร้อมพอแล้วในเรื่องต่างๆทั้งการการวางแผนและตั้งงบประมาณ ก็ถึงเวลาที่จะสามารถตัดสินใจเริ่มขั้นตอนในการก่อสร้างตามโจทย์และวิธีที่ได้เลือกกันเอาไว้ แน่นอนว่าเป้าหมายในการสร้างบ้านของคุณจะเป็นไปอย่างราบรื่นได้ถ้าทำตามคำแนะนำต่างๆในวันนี้

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

การเลือกซื้อโคมไฟให้เข้ากับบ้าน

การตกแต่งบ้านของเรานั้นเชื่อว่าการเลือกซื้อโคมไฟก็เป็นส่วนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่เช่นกันเพราะการให้แสงสว่างของบ้านนั้นก็คือสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อบ้านของเรามีแขกมาเยือนต้องยอมรับว่าห้องรับแขกหรือห้องต่างๆนั้นก็เป็นส่วนที่เราปล่อยให้ขายหน้าไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกโคมไฟเพื่อเป็นการตกแต่งก็เป็นส่วนที่ช่วยให้บ้านของเราดูดีขึ้นมาได้ และนี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เราจะเลือกใช้

ห้องต่างๆของเราเน้นเป็นการแต่งที่ไม่หรูหรามากนักแต่เราสามารถยกระดับของมันได้ด้วยการเลือกนำโคมไฟที่มีสไตล์เข้ามามีส่วนช่วยให้ห้องธรรมดาดูดีกว่าที่เราคิด

การเลือกซื้อโคมไฟควรเลือกในสิ่งที่คุณชื่นชอบหรือเลือกตามสไตล์ของคุณเอง

สมัยนี้เป็นการพบปะแบบไปหามาสู่กับแบบสะดวกสบายดังนั้นการตกแต่งบ้านหรือสวนจึงเป็นค่านิยมอีกแบบหนึ่งเช่นกัน เพราะมันคือหน้าตาของคนเราในสมัยนี้เลยแหละ ซึ่งต้องบอกว่าให้เรามาแต่งบ้านจะหาตังค์จากไหนมากันหนักหนา ของแต่ละอย่างก็แสนจะแพง ดังนั้นเราจึงควรหันมาใส่ใจเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ต้องเสียเงินมากนักแต่เป็นการทำให้บ้านแต่ละมุมดูสวยเกินคาด 

การเลือกสีโคมไฟก็เป็นส่วนที่ช่วยทำให้ห้องในบ้านดูกว้างขึ้นหรือแคบลงได้เช่นกัน สีบางสีก็ทำให้ห้องของเราที่มีขนาดเล็กกลับกลายมาเป็นห้องดูกว้างขึ้นได้เช่นกัน และนอกจากนั้นยังสามารถทำให้ดูสบายตาได้อีกด้วย

 

ซึ่งการแต่งโคมไฟไม่ว่าจะเป็นข้างผนังบ้าน บนเพดาล หรือแม้แต่มุมห้องก็สามารถทำให้ห้องดูสวยงามได้ดี

สำหรับการติดไฟหรือการติดในจำนวนปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้บ้านสว่างแล้วนั้นยังช่วยในการทำให้บ้านมีจุดเด่นช่วยให้ดูสวยงามเพิ่มขึ้นไปอีกแต่หากมีการติดที่มีปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้เราสิ้นเปลือง

โดยเปล่าประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการเปลืองไฟ หรือจะเป็นการทำให้ดูรกตา ซึ่งหากเราติดไฟเหล่านั้น สิ่งที่คำนึงถึงต้องมีความสว่างที่มากพออีกด้วย เพื่อเป็นการลดจำนวนปริมาณหลอดไฟลง เพื่อไม่เป็นการทำให้มันดูกรกจนเกินไป

เพราะอะไรที่มันดูเยอะไปมันก็ไม่ได้จะสวยเสมอไป มันจอาจจะเป็นการทำให้รกหูรกตา และสิ้นเปลืองจนเกินไปก็ได้

การเลือกนำเอาโคมไฟระย้าก็เป็นการสร้างความเด่นให้แก่ห้องของเราได้ดีอีกแบบนะ ซึ่งมันจะทำให้เป็นจุดเด่นบนผนัง แถมยังทำให้ห้องของเราดูสวยหรูได้อีกต่างหาก

ทำอย่างไรให้บ้านเย็น

ทำอย่างไรให้บ้านดูเย็นขึ้นกับสภาวะอากาศแบบนี้                                  

         หลายคนคงจะเคยพบปัญหาว่าอยู่บ้านในตอนกลางวันแล้วอากาศร้อนจนทนแทบไม่ได้ ถ้าที่บ้านไม่ได้เปิดแอร์ เพราะอากาศของบ้านเราฤดูหนาวก็ยังร้อนส่วนฤดูร้อนไม่ต้องพูดถึงถ้าเป็นฤดูร้อนเมื่อไหร่ละก็จะร้อนสุดๆไปเลย บางครั้งยิ่งเปิดพัดลมหวังจะช่วยให้อากาศเย็นกลับกลายเป็นการเปิดพัดลมเพื่อพัดพาเอาลมร้อนมาซะนี่

จะเปิดแอร์ทั้งวันก็เปลืองค่าไฟน่าดู หลายคนจึงเลือกที่จะออกไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าเพื่อให้เย็นสบาย แต่ลองคิดดูสิว่าถ้าเราจะต้องไปเดินห้างสรรพสินค้าทุกครั้งที่เรามีวันหยุดเพื่อได้พักผ่อนอยู่บ้าน แต่เรากลับต้องออกไปอยู่นอกบ้านเพียงเพราหนีอากาศร้อนของที่บ้านเรา มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดี ดังนั้นเรามาหาวิธีที่จะช่วยให้บ้านเราคลายร้อนกันดีกว่าค่ะ

         ความร้อนในตัวบ้านสาเหตุอย่างหนึ่งคือหลังคาบ้านดังนั้นก่อนมีการสร้างบ้านควรมีการจัดตั้งระบบกันความร้อนให้ดี ก็จะช่วยในเรื่องความร้อนในบ้านได้ แต่ถ้าบ้านเราอาศัยอยู่มานานแล้วสามารถแก้ไขนี้ได้ด้วยการติดตั้งฉนวนกันความร้อน ซึ่งปัจจุบันมีบริการมาติดตั้งให้เราถึงบ้านได้เลย เพียงแค่นี้บ้านเราก็เย็นขึ้นได้แล้วค่ะ

อีกจุดที่สามารถระบายอากาศร้อนใต้หลังคาได้ดีคือ

ทำจุดระบายอากาศใต้หลังคาให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี หรือจะติดตั้งฝ้าระบายอากาศ ดูร่าบอร์ด ก็ได้ จะเป็นช่วยถ่ายเทอากาศได้อีกช่องทางหนึ่ง 

ส่วนความร้อนจากผนังบ้านสามารถเพิ่มฉนวนกันความร้อน

เพราะปัจจุบันนี้ผนังกันความร้อน มีหลายแบบให้เลือกด้วยกันเช่น ระบบผนังเบาหรือระบบผนังเย็น หรือจะใช้วิธีติดม่านบังแดด ด้วยไม้บังตา วิธีนี้กำลังเป็นที่นิยมเพราะนอกจากบ้านจะเย็นแล้ว ยังทำให้บ้านดูมีมิติ สวยขึ้นอีกด้วย 

          บริเวณรอบๆบ้านหรือโรงจอดรถ คนใหญ่ใหญ่จะปูเป็นพื้นคอนกรีต แต่วิธีนี้จะเป็นการจะทำให้รอบบ้านร้อนเพราะคอนกรีตจะดูความร้อน ดังนั้นเพื่อให้รอบๆบ้านเราเย็นขึ้นควรเปลี่ยนมาใช้การปูบล็อกแทน เพราะบล็อกมีคุณสมบัติดูดน้ำและจะคายความเย็นเมื่อโดนแดด ซึ่งถ้าเรารดน้ำที่บล็อกก็จะช่วยเรื่องความเย็นรอบๆบ้านได้ค่ะ

 การเลือกผ้าม่านก็มีส่วนสำคัญ เพราะผ้าม่านสีอ่อนจะไม่ดูดความร้อนเท่าสีเข็มดังนั้น

ควรติดผ้าม่านเนื้อบางและสีอ่อน และป้องกันความร้อนเพิ่มได้ด้วยการติดฟิล์มกรองแสง ที่เป็นฟิล์มกันความร้อนวิธีนี้จะช่วยให้บ้านเย็นได้มากและอีกตัวช่วยที่สำคัญคือ การปลุกต้นไม้ใหญ่รอบบริเวณบ้านก็จะช่วยบังแสงแดดที่จะส่องเข้ามาในบ้านได้ดียิ่งขึ้น

วิธีสุดเด็ด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อของในห้าง

การซื้อของชำ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด-แห้ง ของใช้ในครัว ของใช้ในห้องน้ำ ฯลฯ

ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องเสียเงินให้กับส่วนนี้ทุกเดือน แต่ถ้าจะซื้อแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นก็อาจจะทำให้รายจ่ายของคุณบานปลายได้ เพราะในซุปเปอร์มาร์เกตมักจะมีโปรโมชันลดแลกแจกแถมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งทำให้คุณอยากซื้อของมากยิ่งขึ้น ทั้งที่ของสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการและไม่ได้จำเป็นสำหรับคุณเลยสักนิด แล้วจะต้องทำอย่างไรในการควบคุมรายจ่ายในส่วนนี้ เรามีคำแนะนำมาฝาก

ใช้บัตรเครดิตร่วมรายการ

วิธีหนึ่งที่คนมักมองข้าม แต่ง่ายในการลดค่าใช้จ่าย คือการใช้บัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับการซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งหากคุณใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการกับซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ คุณจะสามารถได้รับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต ที่คุณจะไม่ได้จากการซื้อของด้วยเงินสด ไม่ว่าจะเป็นส่วดลดพิเศษ แต้มสะสมพิเศษ x2 หรือเครดิตเงินคืนเข้าสู่บัตรเครดิต


ตั้งงบประมาณ

คุณลองคำนวณรายจ่ายที่ใช้ไปกับการซื้อของคร่าว ๆ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หากคุณคิดว่างบประมาณในการเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตของคุณมากเกินไป และมันส่งผลกระทบต่องบประมาณด้านอื่น ๆ ของคุณ สิ่งที่คุณต้องทำคือจำกัดงบประมาณ และพยายามซื้อของเข้าบ้านอย่าให้เกินงบประมาณส่วนนี้

ตรวจสอบของที่บ้านก่อน

การซื้อของที่คุณมีอยู่แล้วที่บ้านอาจทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ ดังนั้นก่อนจะออกไปซื้อของใช้เข้าบ้าน คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณมีของใช้อะไรเหลืออยู่ในบ้านบ้าง คุณจะได้ไม่ต้องซื้อของมาซ้ำกันกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ลิสต์รายการที่จะซื้อ

เมื่อคุณวางแผนว่าจะรับประทานอาหารอะไรในแต่ละมื้อแล้ว ก็จะทำให้คุณรู้ได้ว่าคุณต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง ให้คุณจดรายการสิ่งของหรือวัตถุดิบและซื้อของตามรายการนั้น เพราะการช็อปปิ้งจากลิสต์รายการที่คุณจดไว้ จะช่วยลดการซื้อของที่ไม่จำเป็นได้ และยังทำให้คุณมั่นใจได้ด้วยว่าคุณจะไม่ลืมซื้อสินค้าบางอย่างไป เพราะหากคุณลืมซื้อของบางอย่าง คุณอาจจะต้องใช้เวลาเดินทางไปซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกครั้ง ซึ่งแบบนี้มันทำให้คุณทั้งเสียเวลาและเสียเงินจากการเดินทางเพิ่มขึ้นอีกด้วย

มือใหม่จัดสวน 

คนส่วนใหญ่จะมีความรักธรรมชาติอยู่ในตัวเอง

โดยสังเกตได้จาก คนบางคนแม้จะอยู่คอนโด ไม่ค่อยมีพื้นที่มากนัก แต่ก็ยังปลูกต้นไม้พันธ์เล็กมาปลูกในคอนโดได้ หรือบางคนที่ปลูกบอนไซไว้บนโต๊ะทำงาน ส่วนคนที่มีบ้านมีพื้นที่ก็จะปลูกต้นไม้น้อยใหญ่สลับกันไป หรือบางบ้านอาจปลูกเป็นพืชผักสวนครัว คนส่วนใหญ่เมื่อบ้านมีพื้นที่เหลือพอที่จะปลูกต้นไม้ได้ก็อยากจะจัดสวนให้สวยงาม เพื่อเพิ่มความสวยงามของบ้านให้น่าอยู่ขึ้น ซึ่งปัจจุบันการจัดสวนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด มีแนวทางจัดสวนมากมายในอินเตอร์เน็ตให้เราได้ศึกษาหาข้อมูล หาความชอบว่าเราชอบสวนสไตล์แบบไหน มีภาพตัวอย่างการจัดสวนมากมายให้เราตัดสินใจ และเมื่อเราตัดสินใจได้แล้วเลือกได้แล้ว ก็สามารถลงมือจัดสวนได้เลย ก่อนเราจะจัดสวนสวยมาดูกันว่าปัจจุบันมีสวนสไตล์ไหนบ้างที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ 

          การจัดสไตล์สวนอังกฤษ สวนแบบนี้จะเน้นการปลูกต้นไม้แบบไม้เลื้อย ผสมกับดอกไม้ตามฤดูกาล มีน้ำพุ และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง ส่วนใหญ่เน้นสีขาว เช่นโต๊ะเก้าอี้สีขาว สำหรับเอาไว้จิบน้ำชายามเย็น

          การจัดสไตล์สวนป่าธรรมชาติ เป็นการเน้นปลูกต้นไม้คลุมดิน ต้นไม้ที่ชอบความชุ่มชื่น เช่น ต้นเฟินและมอสส์ อาจทำแบบมีลำธาร หรือน้ำตกทีทำจำลองมาจากหินทำให้ดูเหมือนธรรมชาติมากที่สุด ต้นไม้ที่ใช้ปลูกจะเน้นเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น มีการปูทางเดินด้วยหินสวย ตกแต่งจากเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นทำมาจากธรรมชาติ เช่น หิน โอ่งดิน

          ส่วนการจัดสวนสไตล์สุดท้ายคือการจัดสไตล์ทรอปิคัลโมเดิร์น  การจัดสวนสไตล์นี้จะไม่ค่อยเน้นต้นไม้ แต่จะเน้นสถาปัตยกรรมรูปปั้นมากกว่า

          การเลือกต้นไม้นอกจากจะเลือกต้นที่เราชอบแล้ว ควรดูข้อมูลอื่นๆประกอบการตัดสินใจซื้อด้วย เช่น เป็นต้นไม้ที่ใบร่วงไม่มาก เพื่อช่วยเรื่องการเก็บกวาดทำความสะอาด หรือซื้อต้นไม้ที่มีดอกมีกลิ่นหอม เลือกต้นไม้ที่รากไม่แผ่ขยาย แต่ให้เลือกเน้นที่รากเจาะลึกลงไปใต้ดินแทน

          แหล่งที่หาซื้อต้นไม้ ของคนกรุงเทพแลปริมณฑล นั้นส่วนใหญ่จะไปเดินซื้อตามสวนจตุจักร สนามหลวง 2 ทั้งสองที่นี้จะมีต้นไม้หลายชนิดหลายพันธ์ให้เลือกซื้อแต่จะเป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ ไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่ แต่ถ้าอยากได้ต้นไม้ใหญ่ให้มาดูแถวบางใหญ่ ถนนกาญจนาฯ บริเวณนี้จะมีทั้งต้นไม้เล็กและต้นไม้ใหญ่ให้เลือกซื้อมากมาย ส่วนเรื่องของการปลูกหากเราชอบปลูกต้นไม้สามารถซื้อไม้พันธ์เล็กมาปลูกเองได้หรือถ้าไม่มีเวลาจะจ้างทางร้านมาปลูกให้ก็ได้

ส่วนต้นไม้ใหญ่ ปกติทางร้านมีบริการส่งและปลูกให้อยู่แล้ว เราเพียงระบุสถานที่ที่ต้องการปลูกให้ทางร้านทราบได้เลย  หลังจากปลูกต้นไม้เล็กใหญ่เสร็จแล้ว ก็เลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือหินนำมาตกแต่งสวน เท่านี้เราก็ได้สวนสวยตามที่เราต้องการได้แล้วค่ะ 

การตกแต่งบ้านให้น่าอยู่และดูดีในราคาย่อมเยาว์

การตกแต่งบ้านส่วนใหญ่จะเน้นไปทางสวยหรูด้วยกันทั้งนั้น เพราะการแต่งบ้านให้น่าอยู่สมัยนี้เป็นการตกแต่งที่เรียกว่าตามแบบนิตยสารด้วยกันทั้งนั้น แต่การแต่งบ้านนั้นย่อมใช้เงินในการแต่งจำนวนไม่น้อยเลย ทำให้เราต้องหางบในการแต่งบ้านมากเอาการ

การแต่งบ้านสไตล์หรูดูแพงแต่ราคาย่อมเยาว์

คุณสามารถเลือกแต่งบ้านอย่างสวยหรูได้ในราคาที่ย่อมเยาว์ แต่ทว่าหากมีทุนในการแต่งไม่มากนัก คุณควรเลือกวัสดุในการแต่งให้ดีและถูก สามารถหาเทียบราคาก่อนการซื้อหรือหาแหล่งที่มีการขายส่งวัสดุต่างๆในการแต่งบ้านและสวนได้ โดยแหล่งการแต่งบ้านจะมีที่หน้าเว็บต่างๆ หรือการหาได้จากชื่อการแต่งบ้านตามห้างชื่อดัง เพราะร้านเหล่านี้จะมีการแต่งบ้านที่สวยหรูแต่เราสามารถเทียบราคาก่อนการตัดสินใจได้

การเลือกสีบ้านให้สวยหรูดูแพง

การเลือกโทนสีบ้านนั้น นอกจากจะเลือกสีที่ชื่นชอบส่วนตัวแล้วนั้น ยังเลือกให้เกี่ยวกับการทำมาค้าขึ้น หรือเรื่องเกี่ยวกับการให้โชคลาภอีกด้วย แต่ทว่าการเลือกนั้นเราต้องมองความเหมาะสมเป็นหลักอีกด้วย เพราะหากดวงเราเหมาะกับสีแดงจัด แต่ทว่าจะเอามาทาภายในบ้านทั้งหลังคงร้อนน่าดู ดังนั้นความเหมาะสมในการเลือกใช้จึงเป็นหลักสำคัญอีกด้วย อาจจะกล่าวได้ว่าหากท่านโฉลกเหมาะกับสีห้องสีแดงสด อาจจะทาด้านใดด้านหนึ่ง หรือทาตัดกับสีอื่น เพื่อสวยงามและลดความร้อนของสีได้ดีด้วยนะ

 

หลักการดูหรือการใช้สีในการทาสีห้อง

หากท่านเลือกสีที่เป็นสีสว่าง จะช่วยให้ท่านปรับเปรี่ยนห้องเล็กๆของท่านให้มีความกว้างขึ้น หรือดูกว้างขึ้นไปจากเดิม เพราะสีสว่างจะทำให้ห้องของเราดูกว้างขึ้นได้ นอกจากโทนสีเบจ หรือคุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆ ได้อีกด้วย เพราะในการแต่งบ้านเหล่านี้ เราสามารถใช้สีเหล่านี้ได้เพราะสีเหล่านี้จะทำให้ดูสดใสมากขึ้นแต่ไม่ลดความหรูหราของห้อง

หลักการตกแต่งบ้านให้สวยหรูดูแพงหรือดูเหมาะสมนั้นตกแต่งไม่ยากอย่างที่คิด แต่เราควรเลือกซื้อสินค้าให้ถูกที่ เพราะหาหท่านมีเวลามากพอก็ควรไปหาตามร้านที่มีการลดราคา หรือหาตามร้านที่เค้ามีการส่งสินค้าในราคาที่ถูกกว่าจากเดิม เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการแต่งบ้านของท่านอีกด้วย