วิธีทำความสะอาดเตาแก๊สในครัวด้วยสิ่งนี้

          สำหรับคุณแม่บ้านทั้งหลายคงมักจะปวดหัวเกี่ยวกับความสะอาดในห้องครัวโดยเฉพาะเตาแก๊สซึ่งคุณแม่บ้านนั้นจะต้องมีการใช้ทุกวันในการใช้ประกอบอาหารโดยเมื่อไหร่ก็ตามที่ปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยคุณมักจะเห็นคราบน้ำมันหรือคราบฝุ่นติดที่เตาแก๊สเป็นคราบฝังแน่นซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการทำความสะอาดเตาแก๊สไม่ให้เกิดคราบฝังแน่นที่เป่าแก๊สได้นั่นเอง

          สำหรับการใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดเตาแก๊สนั้นทำได้มากมายหลายวิธีสำหรับวิธีการแรกที่จะมาแนะนำนั่นก็คือการที่คุณใช้เบกกิ้งโซดามาเช็ดทำความสะอาดเตาแก๊สของคุณซึ่งวิธีการนั้นให้เรานำไปกินโซดาผสมกับน้ำเปล่าเพียงเล็กน้อยคนให้เข้ากันจนเบกกิ้งโซดานั้นละลายปนอยู่ในน้ำหลังจากนั้นก็เอาผ้าสะอาดชุบน้ำที่ผสมเบกกิ้งโซดามาเช็ดทำความสะอาดบริเวณเตาแก๊สเชื่อไม่ว่าคราบมันต่างๆก็จะหลุดรอดขายไป

หรือถ้าใครจะใช้ Baking Soda ผสมกับน้ำมะนาวแทนน้ำเปล่าก็ได้ซึ่งวิธีการก็ใกล้เคียงกันโดยถ้าหากใครมีค่าฝังแน่นที่เตาแก๊สค่อนข้างเยอะให้มีการเช็ดแล้วทิ้งเอาไว้ประมาณซัก 15 นาทีหลังจากนั้นค่อยมาเช็ดคราบน้ำยาเบกกิ้งโซดากับมะนาวออกซึ่งอาจจะต้องใช้ฟองน้ำในการเช็ดทำความสะอาดและใช้น้ำเปล่าเช็ดซ้ำอีกครั้งหนึ่งก็จะทำให้คราบมันต่างๆนั้น

หลุดลอกออกไปได้หรือถ้าหากบ้านไหนไม่มีแบคกิ้งโซดาคุณก็สามารถใช้เป็นน้ำส้มสายชูในการเช็ดทำความสะอาดคราบมันที่ฝังแน่นติดกับเตาแก๊สของคุณก็ได้แต่ถ้าหากไม่มีจริงๆคุณสามารถใช้เป็นน้ำยาล้างจานเช็ดทำความสะอาดคราบมันบนเตาแก๊สก็ได้ก็จะสามารถช่วยลดความมันได้ในระดับหนึ่งแต่ถ้าหากจะให้ดีไม่ควรที่จะให้เตาแก๊สนั้นมีคราบฝังแน่นคุณควรที่จะเช็ดทำความสะอาดเตาแก๊สของคุณหลังจากที่มีการเลิกใช้งานเตาแก๊สแล้วทุกครั้งเพราะการทำความสะอาดทุกวันจะช่วยไม่ให้เกิดคราบฝังแน่นและการทำความสะอาดก็จะง่ายยิ่งขึ้น 

          อะไรก็ตามทำความสะอาดเตาแก๊สนั้นนอกจากจะทำความสะอาดที่บริเวณพื้นเตาแก๊สแล้วตรงบริเวณเหล็กหัวเตาแก๊สคุณก็ต้องทำความสะอาดด้วยเช่นเดียวกันเพราะส่วนนี้ก็มักจะมีค่าฝังแน่นอยู่และคนมักจะไม่ค่อยทำความสะอาดกันบ่อยนักซึ่งวิธีการที่จะเอาคราบฝังแน่นนี้ออกไปได้ง่ายๆนั่นก็คือคุณสามารถที่จะต้มน้ำร้อนแล้วนำหัวเตาแก๊สที่เป็นเหล็กไปแช่ในน้ำร้อนประมาณสักครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นก็มาทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานปกติขัดเพียงเบาๆคราบฝังแน่นนั้นก็จะหลุดลอกออกไปแล้ว

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่าเว็บไหนดี

ปัญหาบ้านที่ต่อเติม

หลายๆท่านเมื่อซื้อบ้านมาแล้ว ก็อยากจะตกแต่งหรือต่อเติมบ้านของตัวเองให้ดูสวยงาม ยิ่งหากบ้านของท่านใดนั้นมีพื้นที่ว่างเช่นบ้านหัวมุม หรือบ้านที่มีพื้นที่เพียงพอที่จะต่อเติมได้นั้น ก็มักจะทำกันทุกหลัง และส่วนใหญ่ก็มักจะทำด้วยการต่อเติมเพิ่มติดกับตัวบ้านไม่ว่า จะเป็นครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ หรือ ห้องทำงานด้านข้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้น เวลาที่ช่างรับเหมาก่อสร้างต่อเติมนั้น

จะเป็นการสร้างเพิ่มโดยที่ไม่ยึดหลังคาต่อเติมติดไว้กับตัวบ้านหลัก เพื่อป้องกันปัญหาที่บ้านหลักจะถูกดึงและแบกรับน้ำหนักมากเกินไปและจะมีผลทำให้โครงสร้างบ้านหลักนั้นมีปัญหาไปด้วย ซึ่งเป็นวิธีการต่อเติมที่ถูกต้อง แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่ตามมานั้น มักจะเกิดหลังคาที่ต่อเติมชนกับผนังบ้านหลักมีรอยรั่วเนื่องจากปิดไม่สนิดหรือส่วนต่อเติมเกิดอาการทรุดจึงทำให้มีรอยแยกระหว่างผนังบ้านหลักกับหลังคาที่ต่อเติม

หรือบางทีก็จะเกิดปัญหาหลังคารั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ เนื่องด้วยตามกฎหมายแล้วนั้น หากคุณจะต่อเติมอะไรก็แล้วแต่ที่มีพื้นที่ติดกับเพื่อนบ้าน คุณจำเป็นต้องมีการติดรางน้ำตะเข้ เพื่อกันไม่ให้เวลาฝนตกแล้วน้ำฝนกระเด็นไปหาเพื่อนบ้าน แต่ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่ตามมาก็คือรางน้ำตะเข้ มักจะเกิดสนิมและรอยผุทำให้น้ำไหลซึมเข้าบ้านแทน

หรือบางทีก็จะใช้รางน้ำตะเข้ที่ไม่กว้างพอและรองรับน้ำได้ไม่มาก เวลาฝนตกหนักๆ จึงทำให้เกิดการระบายไม่ทัน หรืออาจจะมีเศษใบไม้ ตกปลิวลงไปในรางน้ำตะเข้ จนกลายเป็นอุดตันและทำให้น้ำเอ่อล้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้เจ้าของบ้านควรจะต้องหมั่นดูและเป็นประจำ และแก้ไข อย่างกรณีรอยแยกระหว่างผนังบ้านกับหลังคาที่ต่อเติมใหม่นั้น

หากบ้านของคุณเกิดปัญหานี้ คุณต้องใช้กาวซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุที่กันน้ำซึมและมีน้ำหนักเบามายิงประสานรอยต่อให้แนบสนิท ซึ่งก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดข้อควรระวังนั้น คุณต้องเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบาจริงๆที่จะมาใช้ยิงแนบรอยต่อ ส่วนปัญหาเรื่องรางน้ำตะเข้นั้น แนะนำให้ใช้วัสดุที่ปลอดสนิมตลอดอายุการใช้งาน

และใช้รางน้ำที่มีขนาดกว้างพอที่จะรองรับน้ำฝนในปริมาณที่มากๆได้ เพราะการที่ใช้วัสดุที่ปลอดสนิมก็จะช่วยป้องกันปัญหาผุกร่อนของรางน้ำซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหารั่วซึม ส่วนรางน้ำที่กว้างก็จะช่วยรับน้ำปริมาณมากได้นั่นเอง เพียงแค่นี้คุณก็จะหมดปัญหาเรื่องหลังคาซึมกับจุดที่ต่อเติมใหม่ได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่า

เชื้อราภัยร้ายภายในบ้าน

แน่นอนเหลือเกินว่า บ้านของเราทุกคนนั้นต้องมีการดูแลและบำรุงรักษามันอย่างดี แต่ก็เชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างทั้งๆที่เราป้องกันมันดีแล้วมันก็ยังเล็ดรอดและเกิดขึ้นภายในบ้านเราได้ และไอ้เจ้าเชื้อรานี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มันเป็นเชื้อโรคที่สามารถล่องลอยอยู่ในอากาศภายในบ้านของเราได้ โดยมันเกิดขึ้นจากความอับชื้นตามจุดต่างภายในบ้าน

ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วนั้นมันจะกลายเป็นเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศ และเมื่อคนในบ้านที่อาศัยอยู่นั้น ได้มีการสูดดมเข้าไปอยู่เป็นประจำและเป็นปริมาณที่มากจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยและไม่สบายได้ หากเป็นหนักๆนั้นอาจจะถึงขั้นเป็นโรคหอบหืดกันเลยทีเดียว หรือหากคนที่มีโรคแพ้ราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เผลอไปโดนหรือสัมผัสมันนั้น จะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นผื่น ไอ จาม เจ็บคอ และมีน้ำมูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องควรระวัง ดังนั้น วิธีป้องกันเจ้าเชื้อรานั้น เราควรต้องรู้ก่อนว่าเชื้อรานั้นเกิดขึ้นจากความชื้นและความอับ ดังนั้นต้องมั่นให้บ้านของเรานั้นมีอากาศถ่ายเทและมีแสงแดดส่องทั่วถึง และจุดต่างที่เราควรต้องระวังนั้นก็จะได้แก่

ผนังบ้าน ไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นวอลเปเปอร์ หรือผนังทั่วไป ก็ต้องมั่นดูว่ามีรอยร้าวและน้ำซึมเข้ามาจนกลายเป็นจุดอับชื้นบ้างหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพดานบ้านที่ลองแหงนหน้ามองขึ้นไปดูว่าฝ้าบ้านเรานั้นบวมจากการน้ำซึมของหลังคาหรือไม่ เพื่อจะได้รีบแก้ไขได้ทัน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนักๆ หรือช่วงหน้าฝน

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้าน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ เพราะโอกาสที่จะเกิดความชื้นได้นั้นมีโอกาสค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องคอยดูแลและทำความสะอาดกันอยู่เป็นประจำ

พวกเครื่องหนังต่างๆ อันนี้ก็เป็นอีกตัวนำเชื้อราที่ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า หรือสิ่งของต่างๆที่ทำมาจากหนัง หากมีความชื้นและเปียก อยู่เป็นประจำและไม่ค่อยที่จะทำความสะอาดด้วยการผึ่งให้แห้ง และนำไปเก็บไว้ในที่อับๆ รับรองเลยว่า เชื้อรามาอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณแน่นอน

เสื้อผ้า หรือผ้าห่ม เวลาฝนตกแล้วมักจะเก็บเข้ามาโดยที่ยังมีความอับชื้นอยู่นั้น ก็เป็นต้นเหตุให้เชื้อราตามมาหาที่บ้านได้เช่นกัน ซึ่งถ้าช่วงฝนตกแล้วผ้ายังตากไม่แห้งสนิทดีนั้น แนะนำว่า เมื่อฝนหยุดหรือวันไหนอากาศดีๆแล้วนั้น ควรจะนำไปตากแดดอีกรอบเพื่อป้องกันเชื้อรา

เพียงเท่านี้หากคุณเป็นคนช่างสังเกตและขยันทำความสะอาดหน่อย รับรองปัญหาเชื้อราจะไม่เกิดกับบ้านของคุณแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

ปัญหาน้ำรั่วทางหลังคา

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิตสำหรับคนรักบ้านที่ต้องเจอกับปัญหานี้ทุกครั้งเมื่อยามที่ต้องเจอฝนตกฟ้าคะนอง และหนักสุดๆในช่วงหน้าฝนที่ตกแบบนอนสต๊อบ เชื่อว่าหลายๆคน คงต้องปวดใจทุกครั้งเมื่อต้องเห็นน้ำซึมลงมาบนเพดานฝ้าภายในบ้านของเรา ซึ่งจริงๆแล้วนั้นปัญหานี้มักเกิดจากต้นตอของปัญหาน้ำรั่วทางหลังคาบ้านของเรา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มันมาจากจุดเริ่มต้นของครอบสันหลังคานั้นแตกร้าวหรือมีรอยแตกกะเทาะของปูนใต้ครอบ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นเมื่อเกิดปัญหานี้ เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกวิธีซ่อมแซมด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ หรือเรียกช่างมาแก้ไขด้วยการใช้ปูนพอกอุดรอยรั่ว ซึ่งพอระยะเวลานั้นผ่านไปสักระยะหนึ่งปัญหาเหล่านี้ก็มักจะเกิดซ้ำขึ้นมาอีกไม่มีวันจบ หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากรางน้ำฝน ที่คนส่วนใหญ่ติดตั้งเพื่อให้มันระบายน้ำได้ดี และป้องกันการชะลอของน้ำฝนที่ตกลงมากระแทกพื้นหรือสนามหญ้าของเราไม่ให้ถูกแซะจนทรุดลงไปเรื่อยๆ

แต่ใครจะรู้ว่าการติดตั้งรางน้ำฝนนั้นหากไม่ได้ช่างที่ตั้งดีๆแล้ว หรือใช้วัสดุดีๆนั้น มันอาจจะย้อนกลับมาทำให้มีปัญหาวุ่นวายมากกว่าเดิมเพราะด้วยหากที่เจ้าของบ้านใช้วัสดุรางน้ำที่ไม่ดีนั้น อาจจะทำให้รางน้ำผุกร่อนเป็นสนิมหรือเกิดรอยร้าวและรั่วซึมได้ หรืออีกอย่างคือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกจุดอาจจะทำให้เศษใบไม้ปลิวลงมาอุดตันรางน้ำ

และเมื่อเวลาฝนตกก็จะทำให้การระบายน้ำไม่ได้มีประสิทธิภาพและเกิดปัญหาน้ำล้นเอ่อและซึมลงมาได้นั่นเอง หรือหากเจ้าของบ้านใดที่เจอปัญหาของหลังคาโก่งหรือแอ่นตัว อันนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องรีบแก้ไขอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นปัญหาต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ทุกอย่างมีทางแก้เสมอ เพียงแต่ต้องรู้ให้ได้ว่าปัญหามันเกิดจากอะไร อย่างเช่น ปัญหารางน้ำผุกร่อน หรือรางตะเข้ไม่กว้างพอที่จะรองรับน้ำได้นั้น วิธีแก้มีทางเดียวคือต้องมีรางน้ำใหม่ทั้งหมดที่มีความกว้างและรองน้ำได้อย่างเพียงพอ รวมถึงใช้วัสดุรางน้ำที่ต้องปลอดสนิมตลอดการใช้งาน

ส่วนปัญหาครอบสันหลังคานั้น ต้องแก้ไขด้วยอุปกรณ์ยึดครอบหลังคาระบบแห้ง แทนการปูนปั้นก็จะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ และการแก้ปัญหาโครงสร้างหลังคาโก่งหรือแอ่นตัวนั้น วิธีแก้ไขมีทางเดียวคือ ต้องรื้อกระเบื้องหลังคาออกมาเพื่อซ่อมแซม หรือเปลี่ยนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะทำการมุงหลังคากระเบื้องใหม่ทับอีกครั้ง พูดง่ายๆนั่นก็คือ รื้อใหม่ทั้งหลังคาและปูใหม่กันอีกครั้งนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่

เคล็ดลับการกำจัดมอดข้าวสาร

     วันนี้เราจะมาพูดถึงสูตรเด็ดเคล็ดลับในการกำจัดวิธีกำจัดมอดข้าวสารที่มักจะมากวนใจเรากันมากยิ่งโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนแล้วเราก็จะมอดข้าวสารนี้มักจะมาแต่ไหนเยอะแยะเต็มข้าวสารของเราเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีวิธีสูตรเด็ดเคล็ดลับอะไรบ้างที่เราสามารถที่จะกำจัดไม่ให้จะหมดเหล่านี้มาขึ้นข้าวสารของเราได้

    วิธีการแรกนั้นว่ากันว่าสามารถใช้เกลือป่นที่มีอยู่ในครัวของเรานั่นเองนำมากำจัดมอดข้าวสารได้ซึ่งเขาบอกว่าจะต้องมีการนำกระป๋องมาเลยอยู่ในถังข้าวสารของเราโดยจะต้องมีการคำนวณสูตรปริมาณการให้เท่ากับจำนวนเข้าศาลด้วยนะคะซึ่งวิธีการก็คือข้าวสาร 1 กิโลกรัมต้องใช้เกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา

ซึ่งเขาบอกว่าไม่ใช่เพียงแค่ตัวมอดข้าวสารเท่านั้นที่จะหายไปไม่ได้ต่างๆก็จะไม่มาขึ้นข้าวสารของเราเลยทีเดียวแต่แน่นอนว่าเมื่อเราเอาเกลือป่นไปโดยในข้าวสารแล้วมันก็ยังมีความเค็มสะสมอยู่ในนั้นเพราะฉะนั้นก่อนเรานำเข้าสารไปหุงข้าวก็อย่าลืมร้านข้าวสารให้สะอาดสัก 2-3 น้ำก่อนนำไปหุงข้าวนะคะไม่เช่นนั้นเวลาที่คุณหุงข้าวออกมาแล้วก็ข้าวสวยของคุณจะเป็นข้าวเค็มทีเดียว 

        ส่วนวิธีการต่อมานั้นเขาบอกว่าเราสามารถใช้ความร้อนในการกำจัดสารนี้ไปได้ซึ่งถ้าเป็นคนโบราณก็จะนำข้าวสารไปตากแดดในกระด้งหลังจากนั้นเดี๋ยวมอดมันก็หนีเพราะว่ามันร้อนเวลาที่เราเอาตากแดดนั่นเองแต่ในสมัยปัจจุบันนั้นเราคงไม่มีพื้นที่และคงไม่มีเวลามากพอที่จะเอาข้าวสารมาตากแดด

ดังนั้นหากใครก็ตามที่มีมอดขึ้นข้าวสารแล้วเราก็ให้เรานำเข้าสารที่มีหม้อนั้นมาใส่ถุงร้อนแล้วมัดปากถุงให้สนิทซึ่งการนำเข้าสารมาใส่ถุงร้อนนั้นไม่ต้องใส่มากนะก็ได้เพราะว่าเราจะเอาไปใส่ไมโครเวฟดังนั้นควรเลือกขนาดถุงให้พอเหมาะที่จะสามารถเอาใส่ไมโครเวฟได้หลังจากนั้นเมื่อเรามัดปากถุงสนิทแล้วเราใส่ไมโครเวฟตั้งเวลาไว้เลยค่ะประมาณสัก 5 นาทีถึง 10 นาที

ความร้อนจากไมโครเวฟนั้นก็จะไปฆ่าเจ้ามอดข้าวสารนี้ให้แห้งเหี่ยวตายได้เลยทีเดียวแต่ว่าวิธีการนี้นะคะจะมีผลเวลาที่เราเอาข้าวสารออกจากไมโครเวฟจะเห็นว่ามันจะมีหยดน้ำเกาะอยู่แถวบริเวณถุงเพราะฉะนั้นเราต้องนำไปออกแล้วไปถึงข้าวสารให้แห้งอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญเราก็จะต้องเก็บเศษซากของสารที่มันตายคาถุงออกด้วยเพราะฉะนั้นวิธีการนี้ก็ดูแล้วเหมือนจะยุ่งยากเหมือนกันแต่ถ้าใครมีเวลาไม่รู้จะทำอะไรจะนั่งนับศพของมอดก็ได้ค่ะ 

     อีกวิธีการหนึ่งที่เราจะมาแนะนำกันนั่นก็คือเขาว่ากันว่าถ้าเราเอาพริกแห้งไปใส่ไว้ในถังข้าวสารหรือถ้าเกิดว่ามันเยอะจนเกินไปเราใส่ไว้ในผ้าขาวบางมัดแล้วเอาไปใส่ไว้ในถังข้าวสารแล้วเราก็มอดก็จะหนีหายไปหมดซึ่งอันนี้มัดหมี่ไปเพราะว่ามันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเวลาที่มันไปโดนพริกแห้งหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะแต่ถ้ายังไงแล้วเมื่อกลิ่นพริกแห้งหมดคุณก็ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆครั้งไม่เช่นนั้นมอดมันก็จะกลับมาอยู่ดี

 

สนับสนุนโดย  gclub สมัครสมาชิก

ประโยชน์ของเปลือกผลไม้

        สำหรับผลไม้นั้นเชื่อว่าทุกคนคงรู้กันเป็นอย่างดีเราว่ามีประโยชน์มากแค่ไหนและเราควรจะกินผลไม้ทุกวันเนื่องจากผลไม้นั้นมีสารอาหารและมีแร่ธาตุและแคลเซียมมากมายหลายอย่างเลยทีเดียวซึ่งการที่เราไม่ได้กินผลไม้ก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เราขาดสารอาหารบางตัวเลยก็ได้แต่ผลไม้ส่วนใหญ่นั้นมักจะมีเปลือกหุ้มซึ่งเราก็จะต้องมีการรับประทานด้านในโดยแกะเปลือกออกแต่คุณรู้หรือไม่ว่าผลไม้บางชนิดนั้น

เปลือกก็มีประโยชน์ด้วยเหมือนกันซึ่งเราสามารถนำเปลือกผลไม้บางชนิดมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเราได้โดยที่เรานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทิ้งเปลือกของผลไม้นั้นเลยลองมาดูกันว่าประโยชน์ของเปลือกผลไม้ที่เรากำลังพูดถึงนั้นมีผลไม้ชนิดไหนบ้าง

      สำหรับผลไม้ชนิดแรกที่จะแนะนำนั่นก็คือมังคุดซึ่งแน่นอนว่าเวลาที่เรารับประทานมังคุดนั้นเราจะแกะเปลือกมังคุดซึ่งมีความหนามากออกและจะกินแค่เมล็ดด้านในของมังคุดเท่านั้นแต่จริงๆแล้วเปลืองของมังคุดนั้นมีประโยชน์เป็นสมุนไพรให้กับเราได้ด้วยซึ่งถ้าหากเราต้องการใช้ประโยชน์จากเปลือกของมังคุดเราจะต้องมีการนำเปลือกของมังคุดเราแกะเมล็ดด้านในออกไปกินหมดแล้วไปตากแห้ง

ซึ่งหลังจากที่เราตากแห้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเราสามารถนำเปลือกมังคุดนั้นไปทำการเขาให้ไม่เป็นสีดำหลังจากนั้นก็นำมาทำให้เป็นผงละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำไปใช้ประโยชน์ด้วยการไปละลายผสมกับเทียนแล้วนำไปใส่ภาชนะอะไรก็ได้ให้เปลือกมังคุดและเทียนที่ผสมกันนั้นแข็งตัวทั้งนั้นเราสามารถนำไปใช้งานในการขัดรองเท้าจะให้รองเท้าของเรานั้นงามแต่อย่างไรก็ตามเปลือกมังคุดเราสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้เช่นเดียวกันเนื่องจากว่าเปลือกมังคุดนั้นมีความฝาดซึ่งจะสามารถรักษาโรคได้บางชนิดนั้นเอง

      อีกอย่างหนึ่งที่เราสามารถนำเปลือกมาใช้งานได้นั่นก็คือสับปะรดซึ่งคนส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่รู้ว่าเปลือกสับปะรดนั้นใช้งานได้เพราะเมื่อปอกเปลือกสับปะรดทิ้งแล้วส่วนใหญ่ก็จะทิ้งขยะเลยทันทีแต่จริงๆแล้วถ้าหากคุณต้องการที่จะทำความสะอาดเครื่องทองเหลืองของคุณคุณสามารถนำเปลือกสับปะรดทำความสะอาดๆ

แทนมะนาวเพราะจะช่วยให้มีความใสสะอาดแวววาวเลยทีเดียวคุณแค่นำเปลือกสับปะรดไปทำการเครื่องถอนขนของคุณหลังจากนั้นก็ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าเอ็งแค่นี้เครื่องทองเหลืองของคุณก็เหมือนกับเพิ่งซื้อมาใหม่ๆเลยล่ะค่ะ

       และเปลือกผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือต้มเพราะเปลือกส้มนั้นคนส่วนใหญ่มักจะรู้ดีอยู่แล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้างโดยเฉพาะในเรื่องของการลดปัญหากลิ่นเหม็นซึ่งเราจะเห็นได้จากการที่ห้องน้ำตามที่สาธารณะต่างๆมักจะมีการนำเปลือกส้มไปวางใส่จานเพื่อดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ae บาคาร่า

น้ำยาแอร์ควรเติมบ่อยแค่ไหน รู้หรือไม่ 

           หากบ้านไหนที่มีแอร์คอนดิชั่นเราก็จะต้องมีการจ้างช่างแอร์มาล้างอยู่เป็นประจำซึ่งขั้นต่ำนั้นปีนึงจะต้องมีการล้างไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งโดยปกติแล้วบ้านทุกๆหลังมักจะต้องมีการล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือนเพื่อให้แอนนั้นมีความสะอาดภายในและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งเวลาที่เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของแอร์เลยเวลาที่มีช่างบางคนมาล้างแอร์ให้กับเราก็อาจทำให้เราเสียเปรียบหรือเสียเงินเป็นจำนวนมากจากการที่จ้างนั้นแนะนำให้ทำโน่นนี่นั่นซึ่งถ้าหากเรามีความรู้สักนิดเราก็จะไม่ถูกช่างแอร์บางคนหลอกลวงให้เราต้องเสียเงินเป็นปริมาณมากนั่นเอง

           ในปัจจุบันนั้นค่าบริการในการล้างแอร์ต่อ 1 เครื่องนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทซึ่งบ้านแต่ละหลังก็จะมีการติดแอร์จำนวนมากน้อยที่แตกต่างกันออกไปและโดยปกติแล้วเมื่อมีการล้างแอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วช่างแอร์มักจะบอกให้กับลูกบ้านนั้นว่าน้ำยาแอร์ใกล้จะหมดจะต้องมีการเติมน้ำยาแอร์และเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยถูกช่างแอร์แนะนำให้เติมน้ำยาแอร์

ซึ่งมาล้าง 6 เดือนครั้งก็เติมทุกครั้งที่มาล้างแต่อันที่จริงแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการเติมน้ำยาแอร์นั้นจ้างผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของน้ำยาแอร์มีการระบุออกมาว่าน้ำยาแอร์ไม่จำเป็นต้องเติมทุกๆ 6 เดือนเพราะน้ำยาแอร์นั้นไม่ได้หมดเร็วมากขนาดนั้นดังนั้นหากช่างแอร์คนไหนแนะนำให้เติมน้ำยาแอร์เพื่อต้องการให้แอร์นั้นเย็นขึ้นจะเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งช่างแอร์คนดังกล่าวหวังที่จะเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการเติมน้ำยาแอร์ให้เรานั้นเองเพราะอันที่จริงแล้วการเติมน้ำยาแอร์นั้นประมาณ 2-3 ปีถึงจะเติมต่อ 1 ครั้งหรือถ้าเร็วสุด 1 ปีเติมครั้งหนึ่งเท่านั้นไม่ได้เติมบ่อยมากกว่านั้นแน่นอน  สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญในช่วงที่มีการล้างแอร์ช่างมีการล้างแอร์ที่สะอาดและเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อย

ก่อนที่จะมีการประกอบเข้าเพราะถ้าหากไม่เช็ดทำความสะอาดให้แห้งและประกอบแอร์เข้าไปจะทำให้เวลาที่ผู้ใช้งานเปิดแอร์นั้นมีกลิ่นชื้นออกมาได้และถ้าหากต้องการที่จะให้มีการกรองฝนมาเป็นพิเศษช่างแอร์จะมีแผ่นกรองที่เราสามารถให้ช่างแอร์นั้นติดเพิ่มต่างหากให้ตรงบริเวณแอร์เพื่อเป็นการกรองขี้ฝุ่นสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั่นเอง

และถ้าหากใครที่ยังไม่ถึง 6 เดือนรู้สึกว่าแอร์ที่ใช้งานอยู่นั้นไม่ค่อยเย็นก็ลองแกะล้างทำความสะอาดเองเบื้องต้นได้ซึ่งเราจะเอาเพียงแค่ตัวกรองไส้กรองนั้นมาล้างเอาฝุ่นออกเพียงเท่านั้นส่วนการล้างแบบครบวงจรนั้นยังคงต้องเป็นหน้าที่ของช่างแอร์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในการมาล้างให้สะอาดมากกว่าที่เราล้างเอง

 

สนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

หากงูเข้ามาในบ้านแล้วต้องทำอย่างไร

         ปัญหาปวดหัวที่คนส่วนใหญ่เจอกันก็คือเรามักจะไม่สามารถป้องกันตอนที่งูมันยังไม่เข้ามาในบ้านได้แต่ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะเจอหลังจากที่งูมันเลยเข้ามาในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นถ้าหากว่าเราเจองูเลยเข้ามาในบ้านของเรานั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นอย่าเพิ่งไปตกอกตกใจกับมันเราจะต้องมีสติตั้งมั่นเพื่อที่จะหาทางกำจัดงูให้ออกไปจากบ้านของเราโดยด่วนที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นแล้ว

เมื่อมันไปซ่อนตัวอยู่ตรงมุมไหนของบ้านเราอาจจะหามันไม่เจอและอาจจะทำให้เรานั้นเกิดอันตรายขึ้นได้อย่างไรก็ตามเบื้องต้นในการที่จะแก้ไขปัญหาเวลางูเข้าบ้านก็คือ เมื่อเราเห็นงูเลื้อยเข้ามาในบ้านให้เรามีสติและมองดูให้ชัดว่างูชนิดนั้นเป็นงูชนิดไหนมีพิษหรือไม่มีพิษหรือถ้าหากเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับงูเลยให้สังเกตรูปลักษณ์ของงูให้ได้มากที่สุดว่างูมีลักษณะรูปร่างแบบไหน

เพื่อที่จะได้หาข้อมูลได้ว่าเป็นงูชนิดไหนนั่นเองหลังจากที่เรารู้เกี่ยวกับเรื่องของรูปร่างลักษณะของงูแล้วให้เราค่อยๆถอยหลังหนีออกจากงูโดยตาของเรานั้นยังคงต้องจ้องมองงูอยู่อย่าวิ่งหนีเพราะถ้าหากวิ่งหนีเมื่อไหร่มันจะเลื้อยไล่ตามเราทันทีพยายามทิ้งระยะห่างให้อยู่ห่างจากงูให้มากที่สุดแต่ยังคงให้มองเห็นอยู่ในระดับสายตา

เพื่อที่เราจะได้รู้ว่ามันจะเลยไปทิศทางไหนเนื่องจากว่าเราไม่มีความชำนาญในเรื่องของการจับงูดังนั้นอย่าไปหาไม้มาตีมันหรือไล่มันอย่างเด็ดขาดให้มองที่งูเอาไว้พยายามดูให้ดีว่ามันกำลังจะเลยไปทิศทางไหนในขณะเดียวกันก็ควรจะมีการโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาจับงูหรือถ้าหากงูอยู่ตามหมู่บ้านให้โทรไปที่ป้อมรปภเพื่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นมาจับงูออกจากบ้านให้

ซึ่งโดยปกติแล้วตามหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่นั้นจะมีเจ้าหน้าที่รปภที่สามารถมีความรู้ความสามารถในการจับงูได้หรือถ้าเพื่อนบ้านของเรานั้นมีความสามารถในการจับงูก็สามารถที่จะมีการโทรขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านก็ได้โดยเราสามารถที่จะเลือกใครก็ได้ให้มาช่วยเหลือเราโดยคิดว่าเขาจะมาถึงตัวเราอย่างเร็วที่สุดอย่างไรก็ตามหากไม่อยากให้หนูเข้าบ้านนั้น

ก็หมั่นทำความสะอาดบ้านให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อที่จะไม่ได้ไม่เป็นไรที่อยู่ของงูและแน่นอนว่าหากว่าเราสะอาดก็จะไม่มีหนูซึ่งเป็นอาหารของงูมาอยู่เมื่อไม่มีอาหารงูก็มักจะไม่มานั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ae บาคาร่า

เมื่อตะขาบเข้าบ้านควรทำอย่างไร

       ปกติแล้วเวลาหน้าฝนนั้นมักจะมีสัตว์มีพิษชอบเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเราอยู่เป็นประจำดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีแนวทางป้องกันและวิธีการกำจัดและขับไล่สัตว์มีพิษต่างๆเหล่านั้นเพื่อที่มันจะได้ไม่มาทำอันตรายให้กับคนในครอบครัวของเราดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการกำจัดตะขาบออกไปจากบ้านของเราหากว่าเราพบตะขาบอยู่ในบ้านนั้นเราควรจะต้องทำอย่างไร

สำหรับการที่เราจะกำจัดตะขาบออกไปจากบ้านของเรานั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่าในบ้านของเรานั้นมีตะขาบอยู่หรือไม่ซึ่งเราจะต้องหาที่ซ่อนตัวของมันให้เจอว่ามันนานไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนปกติแล้วประกาศนั้นหากอยู่ในภายในบ้านนั้นมันก็มักจะซ่อนตัวตามภาพแต่ถ้าเกิดในบ้านของเราไม่มี ก็ให้ไปดูรอบๆบริเวณบ้านโดยส่วนใหญ่แล้ว

พวกมันมักจะอยู่แถวบริเวณดินที่มีโพลงหรือไม่ก็ตามท่อระบายน้ำตามสถานที่ต่างๆที่มีความชื้นอาจจะอยู่ตามซอกผนังของบ้านก็เป็นไปได้ดังนั้นบริเวณเหล่านี้ให้เราไปดูให้เรียบร้อยว่ามีลังของตะขาบอยู่หรือไม่ซึ่งถ้าหากเราเจอเราก็สามารถที่จะทำการ ไปหาซื้อปูนขาวแล้วนำมาโรยตรงบริเวณหลังของมันเพื่อที่ตะขาบนั้นจะได้ออกจากรังและย้ายไปอยู่ที่อื่น

หรือถ้าหาซื้อปูนขาวไม่ได้เราสามารถใช้เป็นผงที่ใช้ล้างห้องน้ำเอาไปโดยรอบๆก็ได้แต่ผมตัวนี้มันจะทำการกัดเนื้อเขียวของตะขาบทำให้ตะขาบนั้นมีอาการบาดเจ็บได้ บางคนนั้นอาจจะไปซื้อผงไล่ตะขาบซึ่งมีขายโดยตรงตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปซึ่งราคาของผงไล่ตะขาบนั้นไม่แพงเพียงแค่ 60 บาทเท่านั้น

ซึ่งตรงนี้เราสามารถที่จะนำมาผสมกับน้ำแล้วนำไปฉีดตรงบริเวณที่มีรังของตะขาบเดียวก็ได้หรือบางคนอาจจะใช้เป็นโซดาไฟซึ่งเราสามารถเทลงไปในรังของมันรวมถึงอาจจะใส่ลงไปในท่อน้ำเพื่อป้องกันตะขาบนั้นใส่มาตามท่อระบายน้ำก็ได้เช่นเดียวกันซึ่งถ้าเกิดว่าตะขาบมาไต่เจอโซดาไฟแล้วก็มันจะถูกพิษของโซดาไฟทำร้าย

และหลังจากนั้นมันก็จะเข็ดไปอีกนานเลยทีเดียวมันจะไม่กล้ากลับมาตรงจุดนั้นอีกอย่างไรก็ตามบริเวณท่อน้ำนั้นมักจะมีสัตว์เลื้อยคลานไปมาตามท่อเป็นประจำเพราะท่อน้ำนั้นมักจะมีความชื้นทำให้สัตว์ชอบมาอยู่ดังนั้นหากเป็นไปได้เราสามารถหาสบู่ไปวางปิดตรงท่อระบายน้ำซึ่งเมื่อตะขาบเห็นมันก็จะรู้เลยว่ามันไม่สามารถไต่ขึ้นมาได้

เพราะมันลื่นและมันกลัวเกิดอันตรายกับตัวของมันเองดังนั้นมันจะหลีกเลี่ยงการใส่บริเวณสบู่นั่นเองสำหรับวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นคุณสามารถนำวิธีการใดวิธีการหนึ่งไปทำการกำจัดและขับไล่ตะขาบออกจากบ้านของคุณได้ซึ่งจะทำให้บ้านของคนนั้นปลอดภัยจากตะขาบอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่าเช็กชี่

ไม่อยากถูกฟ้าผ่าไม่ควรทำดังต่อไปนี้

       ปกติแล้วเวลาที่ฟ้าผ่านั้นมักจะผ่าตรงบริเวณที่มีพื้นที่โล่งๆดังนั้นเวลาที่มีการประชาสัมพันธ์เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการไฟฟ้าก็มักจะมีการออกมาประชาสัมพันธ์เรื่องของการอยู่นอกอาคารหรือนอกบ้านในช่วงที่มีฝนตกและฝนฟ้าคะนองว่าควรจะหลีกเลี่ยงการอยู่ตรงบริเวณที่โล่งแต่ในขณะเดียวกันการที่เราไปอยู่ใต้เสาไฟฟ้าหรือแม้แต่การที่เราใช้อุปกรณ์ที่เป็นโลหะพี่เป็นตัวดึงกระแสไฟฟ้าได้นั้น

ก็ไม่ควรใช้งานเช่นเดียวกันรวมถึงเรามักจะพบเห็นข่าวเกี่ยวกับคนโดนฟ้าผ่าเมื่อเวลาไปหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ดังนั้นสิ่งต่างๆเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งหากเราไม่ต้องการถูกฟ้าผ่าแต่อย่างไรก็ตามยังมีข้อมูลอื่นๆที่เป็นตัวประกอบให้เรานั้นจะต้องมีการงดทำหรือห้ามทำอย่างอื่นเด็ดขาดซึ่งจะช่วยให้เรานั้นมีความเสี่ยงน้อยที่สุดที่จะถูกฟ้าผ่าได้นั่นก็คือขณะที่เราอยู่ตรงบริเวณที่มีฝนตก

ซึ่ง เราอาจจะไม่ได้อยู่ในตัวอาคารอยู่ตรง บริเวณกลางถนนหรือตรงที่โล่งเราจึงไม่ควรที่จะใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเวลาดังกล่าวเพราะโดยปกติแล้วโทรศัพท์มือถือนั้นจะมีตัวเหนี่ยวนำไฟฟ้าอยู่ด้วยและเป็นไปได้มากกว่าจะเกิดการระเบิดได้ระหว่างที่มีการใช้งานในช่วงที่มีการเกิดฟ้าผ่าขึ้นรวมถึงหากเราใช้งานโทรศัพท์ในช่วงที่ฝนตกก็อาจจะทำให้มือถือของเราเปียกน้ำและเสียหายได้เช่นเดียวกัน

นอกจากโทรศัพท์มือถือแล้วอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆก็ไม่ควรที่จะใช้ในช่วงที่มีฝนตกหนักไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ตหรือ Notebook ก็ตามรวมถึงกรณีที่เรามีการใส่สร้อยไม่ว่าจะเป็นสร้อยเงินหรือสร้อยทองคำก็แล้วแต่ควรจะหาอะไรปิดให้มิดชิดหรือถอดเก็บไว้ในกระเป๋าไม่ควรที่จะเอามาใส่เพื่อเป็นการล่อฟ้าเพราะจะทำให้เกิดฟ้าผ่าได้ง่ายอย่างไรก็ตามถ้าหากช่วงฝนตกหนักนั้นเราอยู่บนรถการจอดรถหลบฝนควรจะเว้นให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่

หรือแม้แต่ตึกสูงๆรวมถึงควรจัดให้ห่างจากเสาไฟฟ้าจะเป็นการดีที่สุดที่สำคัญช่วงที่ฝนตกเราควรจะดับเครื่องยนต์และไม่ควรเปิดกระจกรถทิ้งเอาไว้และแน่นอนว่าการนั่งอยู่ในรถนั้นเราควรที่จะนั่งกอดอกไม่ควรเอามือไปสัมผัสโดนตัวรถบริเวณที่เป็นโลหะอย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดปัญหาฟ้าผ่าลงมา

และตัวเราอาจจะได้รับผลกระทบจากปลาที่ผ่าลงมาก็เป็นได้และถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่พักอาศัยเราก็ควรจะปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดหากว่าฝนตกหนักรวมถึงเราไม่ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ฝนตกหนักและควรจะปิดสวิตช์ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมดก่อนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟ ลัดวงจร ในช่วงที่มีฝนตกนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทดลองเล่นสล็อต gclub