วิธีประหยัดไฟ

ไม่อยากให้ค่าไฟแพง มาดูวิธีประหยัดไฟกันดีกว่า

          เรียกได้ว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเนื่องยาวมาเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคมนั้นค่าไฟของแต่ละบ้านนั้นสูงขึ้นผิดหูผิดตากันเป็นอย่างมากโดย 0 เป็น 2-3 เท่าจากที่เคยใช้งานอยู่กันเลยทีเดียวซึ่งส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากอากาศที่ร้อนจัดทำให้หลายคนนั้นต้องมีการเปิดทั้งพัดลมและเปิดทั้งแอร์และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากการที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้ประชาชนจำเป็นต้องทำงานอยู่ที่บ้าน

ซึ่งจะต้องมีการใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้งานอินเทอร์เน็ตการใช้คอมพิวเตอร์และการใช้แอร์เพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่เคยออกไปทำงานนอกบ้านเมื่ออยู่ที่บ้านก็เป็นการใช้ไฟฟ้าแทบตลอด 24 ชั่วโมงทำให้บ้านแต่ละหลังนั้นมียอดค่าไฟที่สูงมากจนหลายคนต้องออกมาร้องไห้การไฟฟ้าออกมาช่วยเหลือยาวๆดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าเพื่อให้เราประหยัดเงินในการจ่ายค่าไฟได้อีกด้วย

           สำหรับการอยู่บ้านแล้วต้องการทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าไฟฟ้าลงมานั้นวิธีการง่ายๆเลยก็คือเมื่ออยู่ในช่วงเวลากลางวันเราไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าหรือเปิดแอร์ตลอดเวลาเราสามารถประหยัดไฟได้โดยการเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมจากภายนอกพัดผ่านเข้ามาอย่างนี้เราก็จะได้ทั้งลมที่เป็นลมจากธรรมชาติและได้แสงของธรรมชาติที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อโรคภายในบ้านรวมถึงได้รับอากาศบริสุทธิ์อีกด้วย

การที่เราเปิดหน้าต่างในทุกๆบานให้ลมได้มีการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดีภายในบ้านเอาไปนั้นก็จะช่วยให้คนในบ้านนั้นไม่เป็นโรคภูมิแพ้และยังช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสอีกด้วยทั้งนี้การใช้หลอดไฟก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกันที่จะทำให้คุณจ่ายค่าไฟแพงปัจจุบันนี้มีการผลิตหลอดไฟที่เป็นรุ่นแอลอีดี

ซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้ดังนั้นหากบ้านไหนที่ยังใช้หลอดไฟรุ่นอื่นอยู่ให้เปลี่ยนมาใช้หลอด LED จะช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวอย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในบ้านในช่วงที่มีการ work from home นั้นบางครั้งตัวคุณเองก็ไม่ได้นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลาการที่คุณเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งเอาไว้ก็จะเป็นการใช้งานไฟฟ้าโดยที่ตัวคุณเองนั้นก็ไม่ได้ใช้อะไรเลยถ้าต้องการประหยัดการใช้งานไฟฟ้าจริงๆและตอนที่คุณอาจจะไปเข้าห้องน้ำหรือไปทำธุระส่วนตัวอื่นๆไหมคุณสามารถตั้งค่าที่คอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมด Sleep Mode

มันก็จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้เช่นเดียวกันและเมื่อใดก็ตามที่คุณมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณควรจะมีการถอดปลั๊กทุกครั้งเพื่อปิดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเนื่องจากถ้าหากคุณมีการเสียบปลั๊กทิ้งไว้ไฟฟ้าก็ยังจะมีการถูกดึงมาใช้งานอยู่เหมือนเดิมดังนั้นแทนที่คุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายคุณก็จะยังเสียตังค์ค่าไฟอยู่ดีทางที่ดีที่สุดหากต้องการลดค่าใช้จ่ายการใช้ไฟลงควรจะมีการถอดปลั๊กทุกเมื่อหากมีการเลิกใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณแล้ว

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  aesexy

ปัญหากลิ่นปูนสำหรับบ้านที่มีการสร้างบ้านแบบลอฟท์ 

          สร้างบ้านแบบลอฟท์ รูปแบบการสร้างบ้านแบบ Loft มันก็คือการที่เราสร้างบ้านด้วยการเทปูนแล้วขัดเคลือบเงาให้แลดูสวยงามซึ่งการสร้างแบบบLoftนี้กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน 

แต่ปัญหาสำหรับสร้างบ้านแบบLoftนั้นเรามักจะพบปัญหาว่าเมื่อเวลาที่ฝนตกเสร็จแล้วห้องของเราที่มีการสร้างแบบLoft  งั้นเราจะมีกลิ่นอับและมีกลิ่นของความชื้นไม่ต้องเข้าไปมากๆก็จะเกิดอาการเวียนหัวดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาชิ้นงานที่มีการสสร้างบ้านในรูปแบบของLoftนั่นเอง 

        คนปกติทั่วไปนั้นมักเห็นว่าการใช้ปูนสร้างแบบLoft จะให้ความสวยงามจึงนิยมทำกันแต่ไม่เคยมีใครในเห็นถึงผลเสียของการสร้างบ้านแบบLoft มาก่อนว่าจะมีกลิ่นความชื้นทุกครั้งหลังจากที่มีฝนตก ดังนั้นวันนี้จะสอนวิธีการไล่กลิ่นความชื้นกับพื้นหินปูนมาฝากกัน  สำหรับอันดับแรกให้ลองใช้ ถ่านที่ช่วยในการดับกลิ่นแนะนำถ่านก้อนนั้นไปวางไว้ตามบริเวณมุมอับต่างๆภายในบ้าน

แต่การทำแบบนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรเลยทีเดียวเพราะแค่นำมาวางไว้วันสองวันนั้นจะไม่สามารถช่วยให้ปัญหานั้นหมดลงได้ หรือถ้าหากเราไม่อยากที่จะให้สีดำของถ่านภายในบ้านของเราก็เปลี่ยนมาใช้หอมแดงทุบให้น้ำหอมแดงออกมาจะได้มีกลิ่นซึ่งเราก็นำหอมแดงที่มีการทุบเอาไว้แล้วไปใส่ในภาชนะแล้วไปวางไว้บริเวณตามจุดต่างๆ

และวิธีการนี้ก็เป็นเพียงแค่การดูกริ่งซึ่งมันจะใช้ระยะเวลานานมากเช่นเดียวกันวิธีทำรถที่เร็วที่สุดในประเทศการใช้น้ำส้มสายชูซึ่งเราสามารถที่จะเทน้ำส้มสายชูใส่ภาชนะแล้วนำฟองน้ำหรือผ้าสะอาดเช็คทำความสะอาดผนังที่เป็นสไตล์ลอฟท์ หรือเราจะใส่น้ำส้มสายชู ลงไปในขวดสเปรย์ แล้วนำมาฉีดตามพื้นและผนังก็ได้ หลังจากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง

เพื่อให้น้ำยาของน้ำส้มสายชูนั้นทำปฏิกิริยากับผนังปูนและเมื่อครบตามกำหนดที่เราต้องการเรียบร้อยแล้วเราก็นำผ้าชุบน้ำสะอาดมาเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่เราได้มีการฉีดพ่นน้ำส้มสายชูลงไปวิธีการนี้ถ้าหากครั้งแรกนั้นลองทำร้ายยังไม่ได้ผลจึงต้องทำหลายๆครั้งอาจจะต้องทำ 4-5 ครั้งถึงจะได้ผล

         เห็นไหมคะว่า การจะมีบ้านใหม่สักอย่างนึงนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยากและเราต้องศึกษาข้อมูลการเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มิอาจเข้าไปอยู่ได้ก็ต้องมาพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของกลิ่นว่าจะเป็นกระหรี่หรือความชื้นที่มีการดูดความชื้นเอาไว้รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของพวกเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆดังนั้นก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไปควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   aesexy